อิ่มอร่อยที่ "ครัวของประเทศ"
เชื่อกันว่าการที่คนโอซาก้ายิ้มแย้มแจ่มใสและดูมีน้ำใจกว่าคนในภูมิภาคอื่นๆของประเทศนั้น มาจากการที่พวกเขากินแต่อาหารอร่อยๆมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ด้วยความที่โอซาก้าเป็นเมืองชายทะเลและยังเป็นท่าเรือการค้าระหว่างประเทศมาแต่เนิ่นนานแล้ว ทำให้วัสดุสำหรับประกอบอาหารถูกลำเลียงมาขึ้นที่นี่ และได้ถูกแปรมาเป็นอาหารรสเลิศจากฝีมือพ่อครัวชั้นนำ จนเป็นที่มาของชื่อที่ว่า "Kuidaore" หรือเมืองแห่งการกิน
ไปหาอะไรทานที่ "Kuidaore" เมืองแห่งการกิน
คำว่า "Kuidaore" ตามพจนานุกรมนั้น มีความหมายว่า "กินจนหมดเนื้อหมดตัว" แต่สำหรับคนโอซาก้าแล้ว คำดังกล่าวหมายความว่า "บรรจงกินแต่อาหารที่เอร็ดอร่อยจริงๆ" พ่อครัวชาวโอซาก้าจะภูมิใจในการปรุงแต่งและประดิษฐ์อาหารของตนด้วยการเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพเป็นหลัก เช่นเดียวกับชาวเมืองซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไปเองก็จู้จี้เรื่องกินมาก ด้วยเหตุนี้ จึงเชื่อกันว่า ร้านอาหารใดที่สามารถประกอบกิจการในโอซาก้าอย่างต่อเนื่องได้ ร้านนั้นๆย่อมมีฝีมือในการปรุงอาหารดีทีเดียว
เมื่อท่านไปหาอาหารประเภทต่างๆทานในทุกๆแห่งของโอซาก้า ไม่ว่าอาหารญี่ปุ่น อาหารนานาชาติ หรืออาหารจานสะดวก ท่านจะไม่ผิดหวังกับรสชาติของมันเลย
นอกจากนั้น สนนราคาของอาหารที่นี่ยังมีให้เลือกได้หลายๆแบบ ตั้งแต่ถูกสุดๆไปจนถึงแพงสุดๆ ร้านอาหารสำหรับครอบครัวที่มีเมนูสำหรับเด็กเป็นพิเศษ ร้านก๋วยเตี๋ยวราเมง Café Restaurant หรือร้านยืนทานตามสถานีรถไฟ หรือสำหรับท่านที่รีบเร่ง ร้านอาหารฟาสต์ฟูต หรือร้านกาแฟในเครือจากอเมริกา รวมทั้งร้านสะดวกซื้อซึ่งมีปิ่นโตและขนมปังวางขายมากมายก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับท่านที่เป็นคอกาแฟ แนะนำให้ลองจิบกาแฟตามค้อฟฟี่ช้อปเล็กๆ (Kissaten) ในโอซาก้าดูสักครั้ง ราคาไม่ผิดกับร้านสตาร์คบัคส์เท่าใด แต่บรรยากาศเงียบๆ ถ้วยกาแฟที่ใช้ และรสชาติกาแฟแท้ๆจะช่วยทำให้ท่านหายเหนื่อยได้เป็นอย่างดีหลังจากเดินเที่ยวจนเหนื่อย
แหล่งที่มีร้านอาหารเรียงรายอยู่มากมายได้แก่ บริเวณ Kita และ Minami โดยเฉพาะแถว Dotombori ตั้งแต่แถวหน้าสถานีไปตามอาเขตการค้า ชั้นล่างและชั้นบนของห้างสรรพสินค้าทั้งหลาย ศูนย์การค้าใต้ดินทั่วไป สนนราคาก็แล้วแต่ความหรูหราของร้าน แทบทุกร้านจะมีอาหารพลาสติคเหมือนของจริงประดับอยู่ที่ตู้โชว์หน้าร้าน นักท่องเที่ยวสามารถสั่งอาหารด้วยการชื้ โดยไม่ต้องใช้ภาษาได้เลย ราคาอาหารแทบทุกร้านจะรวมราคาภาษีมูลค่าเพิ่มไปด้วยในตัวแล้ว แต่สำหรับในโรงแรมหรือภัตตาคารสุดหรู อาจมีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่ม หลังรับประทานอาหารเสร็จ นักท่องเที่ยวต้องนำบิลล์ที่พนักงานนำมามอบให้ที่โต๊ะไปชำระเงินที่เคาวน์เตอร์ด้านหน้า ก่อนที่จะออกจากร้านไป ภัตตาคารหรูๆรับเครคิตการ์ต แต่ร้านเล็กๆต้องชำระเป็นเงินสดอย่างเดียว บางร้าน ลูกค้าต้องซื้อตั๋วจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติหน้าร้านก่อน
ร้านอาหารประเภทต่างๆในโอซาก้า
นอกจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปแล้ว ในโอซาก้ายังมีร้านอาหารฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน จีน เกาหลี เสปน อินเดีย และไทย ฯลฯ อยู่ทุกแห่งหนใจกลางเมือง บางร้านมีเชฟที่มาจากประเทศนั้นๆ และบางร้านโดยเฉพาะร้านฝรั่งเศสและอิตาเลี่ยน ส่วนใหญ่เป็นเชฟชาวญี่ปุ่นที่ไปเรียนทำอาหารมาจากประเทศนั้นๆโดยตรงบ้าง และแทบทุกคนยังจบการศึกษารับประกาศนัยบัตรจากโรงเรียนสอนทำอาหาร ซึ่งเป็นโรงเรียนอาชีวะแห่งแรกทางด้านอาหารที่เปิดขึ้นในญี่ปุ่นด้วย
ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ต
คนญี่ปุ่นนิยมนำปิ่นโตไปทานที่โรงเรียนหรือที่ทำงานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ด้วยเหตุนี้ตามแผงขายของในสถานีรถไฟ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อทั้งหลาย จึงมีปิ่นโตสารพัดแบบวางขายในราคาย่อมเยา
หรือท่านที่ต้องการลองยืนทานแบบรวดเร็วตามสไตล์ญี่ปุ่นก็สามารถแวะเข้าไปตามร้านก๋วยเตี๋ยวโซบะบนแพลตฟอร์มรถไฟที่สถานีใหญ่ๆ หรือร้านเหล้าที่มีโอเดง (ผักและลูกชิ้นตุ๋น) หรือ Kuchi-katsu (ผัก ปลา กุ้ง เนื้อเสียบไม้ชุบขนมปังทอด)
แผงขายอาหารราคาถูกเช่นก๋วยเตี๋ยวราเมงร้อนๆมักเปิดจากช่วงเย็นไปแล้ว สำหรับท่านที่ต้องการทานซูชิราคาไม่แพง เชิญที่ Kaiten Sushi ซึ่งเป็นซูชิที่มาตามสายพานหยิบเฉพาะชนิดที่ต้องการได้ โดยพนักงานร้านจะคิดราคาตามจำนวนจานที่ทาน ซูชิแบบสายพานนี้ก็ถือกำเนิดขึ้นที่โอซาก้า
ค้อฟฟี่ช้อป
ค้อฟฟี้ช้อปที่อยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น รวมทั้งโอซาก้า รู้จักกันในภาษาญี่ปุ่นว่า "Kissaten" นักธุรกิจญี่ปุ่นนิยมนัดคุยกับลูกค้าที่ค้อฟฟี่ช้อป พนักงานบริษัทเองก็นิยมหาเวลาพักผ่อนหลังอาหารกลางวันที่ค้อฟฟี่ช้อป เพียงกาแฟถ้วยเดียว ท่านสามารถนั่งพักได้เป็นชั่วโมงทีเดียว ค้อฟฟี่ช้อปมีชื่อเสียงในโอซาก้าบางแห่งผลิตกาแฟสำเร็จรูปสูตรพิเศษวางขายเองด้วย พวกเขาจะภูมิใจในรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟที่เสิร์ฟให้กับลูกค้า เพราะรูปรสที่แตกต่างกับร้านกาแฟสาขาทั่วไป
แต่สำหรับท่านที่ต้องการกาแฟสตาร์บัคส์หรือกาแฟธรรมดาทั่วไป ก็มีร้านเปิดบริการตามหน้าสถานีและอาเขตการค้าทั่วเมือง
Tachi-nomi
Tachi-nomi เป็นร้านสำหรับบรรดาคอเหล้าหลังเลิกงานแล้วแวะดื่มสักจีบสองจิบก่อนกลับบ้าน แปลตรงๆเป็นภาษาไทยได้ว่า "ร้านยืนดื่ม" ข้างในร้านมีเคาวน์เตอร์สำหรับพนักงานเตรียมเหล้าและอาหารแคบๆ มีม่านสั้นๆแขวนบอกชื่อร้านไว้ด้านหน้า ลูกค้าก็เพียงเข้าไปยืนที่หน้าเคาวน์เตอร์ยาวๆ โผล่หัวไปใต้ม่านสั่งอาหารยืนทาน บางคนที่ทนความเมื่อยได้อาจยืนนานหน่อย แต่ปกติแล้ว เนื่องจากทั้งเหล้าและอาหารมีราคาไม่สูงนัก ลูกค้ามักจะออกไปหลังดื่มกินได้สัก 3-40 นาทีเท่านั้น ผลัดเปลี่ยนให้คอเหล้ารายใหม่เขามาเสียบแทน
เมนูแนะนำของโอซาก้า
จากการที่โอซาก้าเป็นศูนย์กลางการค้าและเป็นท่าเรือสำคัญระหว่างประเทศ ทำให้มีสินค้าจากที่ต่างๆทั้งในและนอกประเทศถูกลำเลียงมาขึ้นบกที่นี่มากมาย หนึ่งในสินค้าสำคัญดังกล่าวได้แก่สาหร่าย Kombu จากฮอกไกโด ซึ่งเป็นสาหร่ายขนาดใหญ่ในกลางทะเลลึกเหมาะสำหรับสกัดทำน้ำซุป อาหารดั้งเดิมที่ถือกำเนิดในโอซาก้าแทบทุกชนิดมีสูตรที่ใช้ Kombu เป็นวัสดุในการสกัดน้ำซุปแทบทั้งนั้น
อาหารที่ลือชื่อและใช้ Kombu เป็นวัสดุได้แก่ Tako-yaki, Okonomiyaki, Kitsune-udon ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ใช้แป้งเป็นส่วนผสมหลัก นอกจากรสชาติที่ถูกปากนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว ราคายังเบาอีกด้วย ส่วนอาหารหรูที่เป็นที่นิยมของชาวโอซาก้ามากที่สุด โดยเฉพาะในฤดูหนาวคือ Tecchiri หรือปลาปักเป้าหม้อดิน (จริงๆต้องบอกว่าหม้อแสตนเลสมากกว่า)
ลองมาดูกันว่าอาหารเหล่านั้นเป็นอะไรกันบ้าง
Tako-yaki
Tako-yaki เป็นแสน็คทานเล่นเป็นอาหารว่างก็ได้ หรือจะทานแทนอาหารมื้อใดก็ได้ หน้าตาคล้ายขนมครก คำหนึ่งขนาดเท่าลูกชิ้นปลาใหญ่ๆหน่อย ข้างในเป็นปลาหมึกยักษ์ หัวหอม ขิงดอง เปลือกกรอบๆโรยด้วยปลาแห้งกับสาหร่ายป่น ราดด้วยซ้อสเค็มๆหวานๆ หรือทซ้อนด้วยมายองเนสอีกที บางร้านก็มีพริกป่นให้ด้วย ถ้าซื้อทานตามแผงลอย เขาจะใส่กระทงกับไม้จิ้มฟันให้ ราคาราว 300 -450 เยน ตามหน้าร้าน Tako-yaki ชื่อดัง จะมีทั้งคนแก่และคนสาวยืนคอยคิวกันยาวทีเดียว พอได้กระทงมา ก็จะเอาปากเป่าไปด้วย กินไปด้วยๆความเอร็ดอร่อย
สำหรับท่านที่ไม่ถนัดที่จะยืนหรือเดินทานหน้าร้าน แถว Minami จะมีร้าน Tako-yaki เปิดบริการอยู่ทั่วไป แต่ละร้าน จะมีเมนูพิเศษ และบางร้านอาจไม่ใช้ซ้อสเลยก็มี สำหรับคนโอซาก้าแล้ว Tako-yaki ที่อร่อยจะต้องเปลือกกรอบ ข้างในนิ่มรสชาติกลมกล่อม ซึ่งรสชาติจะอร่อยหรือไม่อยู่ที่น้ำซุปที่ใช้ละลายแป้งนั่นเอง
สำหรับร้านที่มีชื่อเสียงและเป็นร้านแรกที่สุดของโอซาก้าที่คิด Tako-yaki ขึ้นมาคือร้าน Aizu-ya เปิดบริการตั้งแต่ค.ศ.1933 สำหรับนักท่องเที่ยว สามารถหารับประทานได้จากสาขาของร้านที่ Naniwa Kuishimbo Yokocho ซึ่งเป็น Food Court ใน Tempozan Market Place
Okonomi-yaki
Okonomiyaki แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "แล้วแต่ชอบ" หน้าตาเหมือนหอยทอด แต่วัสดุหลักคือกระหล่ำปลีหั่นฝอยคลุกแป้งและน้ำซุป หรืออาจใส่ต้นหอมแทนก็ได้แล้วแต่ชอบจริงๆ โดยทั่วไปแล้ว ส่วนผสมอื่นก็จะมีขิงดอง เนื้อหมู กุ้ง ปลาหมึก ไข่สด นำมาคลุกๆกันแล้วทอดลงไปบนกระทะ Teppan ร้อนๆ ลาดด้วยซ้อสหรือมายองเนส โรยปลาแห้ง Katsuo-bushi สาหร่ายป่น Aonori และสำหรับคนไทย คงต้องโรยพริกป่นเติมหน่อย จึงจะถูกปาก ร้านที่มีชื่อได้แก่ร้าน Chibo หรือ Fugetsu และ Boteju ร้านแนะนำอีกร้านคือ Yamamoto ต้นตำหรับ Negiyaki ร้านแรกในญี่ปุ่นที่ใช้ต้นหอมแทนกระหล่ำปลี ทานกับโชยูและบีบมะนาวลาดนิดๆ
Kitsune Udon
Udon หมายถึงก๋วยเตี๋ยวที่ทำจากข้าวเจ้าคล้ายก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ในเมืองไทย แต่เส้นจะกลมๆอ้วนๆเหมือนเกี๋ยมอี๋ แต่เป็นเส้นยาว Udon เป็นอาหารที่มีทานทั่วไปในญี่ปุ่น แต่ Kitsune Udon นั้นเป็นเมนูที่พ่อครัวร้านก๋วยเตี๋ยวในโอซาก้าคิดขึ้นมาเป็นคนแรก ถ้าจะให้อธิบาย คงต้องบอกว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวหน้าฟองเต้าหูต้มซีอิ้วหวาน ซุปที่สกัดจากสาหร่าย Kombu และปลาแห้งจะมีความหวานมันในตัวของมันเอง ก่วยเตี๋ยว Udon ลวกให้แข็งหน่อยๆจะดูดซึมรสน้ำซุปเข้าไปเพิ่มความอร่อยแก่เส้นก๋วยเตี๋ยว ส่วนฟองเต้าหูนั้นจะออกหวานๆ ซึ่งสำหรับคนไทยที่ไม่คุ้นเคยอาจแปลกใจว่าทำไมเอาอะไรหวานไมาใส่ในก๋วยเตี๋ยว แต่สำหรับคนญี่ปุ่นทั่วไปแล้ว เจ้า Kitsune Udon นี้เป็นเมนูฮิตอันหนึ่งทีเดียว
Tecchiri
Tecchiri เป็นหนึ่งในเมนูราคาแพงของอาหารโอซาก้าอย่างหนึ่ง มันเป็นเนื้อปลาปักเป้าที่เสริ์ฟด้วยการทำเป็นอาหารหม้อดิน จริงๆแล้วเป็นหม้อแสตนเลสมากกว่า ปกติ ปลาปักเป้าหม้อดินจะเสริ์ฟเป็นชุด โดยเริ่มจากเนื้อปลาแล่บางๆสีขาวใส ทานสดๆจิ้มกับน้ำจิ้มพอนซุ หรือโชยูผสมน้ำมะกรูดสด และต้นหอมสด ตามมาด้วยหนังปลาซึ่งกรุบๆอร่อย หลังจากเนื้อปลาสดจึงจะเป็นเจ้า Tecchiri หรือหม้อดินนี้ ปลาปักเป้าส่วนที่ทานกับหม้อดินจะถูกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม เป็นส่วนที่ไม่กินสด นำไปลวกทานกับผักกาดขาว วุ้นเส้น แครอท และผักอื่นๆ จิ้มน้ำจิ้มเดียวกัน และท้ายสุดตามคอร์ส คือเมื่อน้ำซุปเหลืออยู่ จะใส่ข้าว และไข่สดลงไปทำเป็นข้าวต้มโรยต้นหอมนิด เป็นอันจบคอร์ส ถ้าทานจบคอร์สในหน้าหนาว ออกมาจากร้าน ร่างกายก็อบอุ่นพอดี สำหรับปลาปักเป้าทะเลแท้ ตัวใหญ่ราคาเกือบ 2 หมื่นเยน ถ้าปลาเลี้ยงก็แต่เศษหนึ่งส่วนสี่ แต่ผู้รู้เขาว่ารสชาตินั้นผิดกว่ากันมาก
Udon-suki
Udonsuki ก็เป็นเมนูก๋วยเตี๋ยว Udon อีกเมนูหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นจากภัตตาคารในโอซาก้า เป็นก๋วยเตี๋ยวที่เสริ์ฟเป็นชุดกับอาหารทะเลเช่นกุ้ง หอย ปู ปลา และผักต่างๆที่ลวกมาแล้วเรียบร้อย วิธีทานก็คล้ายๆกับการทานสุกี้ที่เมืองไทย ค่อยๆใส่ผักใส่เครื่องลงไปลวกในหม้อต้มน้ำซุป น้ำจิ้มเป็นพอนซุรสเปรี้ยวๆเค็มๆนิดๆ ตบท้ายด้วยก๋วยเตี๋ยว Udon ภัตตาคารที่มีชื่อมากที่สุดและเป็นต้นตำรับสำหรับ Udonsuki คือร้าน Mimiu
Shabu Shabu
สำหรับ Shabu-shabu นั้น คาดว่าชาวไทยหลายท่านคงพอรู้จักและเคยทานกันมาบ้างที่เมืองไทย เจ้า Shabu-shabu หรือที่คนไทยคิดว่าเป็นสุกี้นั้นเป็นเมนูที่ถือกำเนิดจากโอซาก้านี่เอง คำว่า Shabu-shabu หมายถึงเสียงตอนที่เอาตะเกียบคืบเนื้อแล่บางๆลงไปจุ่มน้ำแล้วส่ายมือไปมา ทำให้เกิดเสียงชาบุชาบุขึ้น เนื้อบางๆลวกแค่ไม่กี่วินาทีก็สุกแล้ว สำหรับท่านที่ไม่ทานเนื้อวัว ก็สามารถสั่งเนื้อหมูมาแทนได้ แต่ถ้าท่านทานเนื้อวัวได้ ขอแนะนำให้ลองทานเนื้อวัวแล่บางๆที่ร้านชาบุชาบุดีๆดู รับรองว่าท่านจะติดใจไปอีกนาน น้ำจิ้มมีทั้งพอนซุ และน้ำจิ้มงาบดปนกับมาสตาด
Hakozushi
Hakozushi เป็นซูชิที่ไม่ได้ใช้ปลาสดแบ่งเป็นคำๆอย่างที่เห็นทั่วไป แต่เป็นซูชิซึ่งนำเอาเนื้อปลาหรือเนื้อกุ้งที่ใช้ไปหมักกับน้ำส้มสายชูปรุงรสก่อนล่วงหน้า แล้วจึงค่อยนำมาอัดกับข้าวด้วยเครื่องอัดไม้ ออกมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมก่อนที่จะถูกตัดเป็นคำๆทานโดยไม่ต้องจิ้มโชยูญี่ปุ่น วัสดุที่ใช้บ่อยได้แก่ปลาไหลย่าง กุ้ง เห็ดหอม ปลาหมึก ไข่ เป็นต้น ความที่วัสดุที่ใช้ได้ผ่านการหมักกับน้ำส้มสายชู หรือย่างมาแล้ว จึงเหมาะกับการแพ็คใส่กล่องกลับไปทานที่บ้านหรือกลางทางได้ ร้าน Yoshino Sushi เป็นร้านแรกที่คิดเมนูนี้ขึ้น
Me-oto Zenzai
Me-oto Zenzai เป็นขนมหวานทำจากถั่วแดงต้มร้อนๆลาดบนข้าวเหนียวโมจินิ่มๆก้อนเล็กๆ ร้านตั้งอยู่ที่ Hozenji Yokocho "Me-oto" แปลว่า "สามีภรรยา" การที่ขนมร้านนี้มีชื่อเสียงนั้น ไมลำพังแต่รสชาติเท่านั้น แต่การที่ร้านเสริ์ฟทีละสองถ้วยคู่เหมือน "สามีภรรยา" จึงทำให้ฮือฮาไปทั่ว ยิ่งเมื่อ Oda Sakunosuke นักวรรณกรรมของญี่ปุ่นนำไปแนะนำในนิยายที่เขาเขียนขึ้น ยิ่งทำให้ผู้คนจากทั่วประเทศพากันมาลิ้มรสมากขึ้น ร้านนี้เปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1908 แล้ว
Kushi-katsu
Kushi-katsu เป็นอาหารอีกเมนูหนึ่งที่ถือกำเนิดในโอซาก้า ใช้กุ้ง เนื้อวัว เนื้อหมู ปลา ผักชนิดต่างๆชุปแป้งและขนมปังเสียบไม้ทอดร้อนๆ จิ้มด้วยซ้อสหอยนางรม หรือเกลือป่น ที่ร้าน Yae-katsu ในย่าน Shinsekai ซึ่งเป็นร้านหนึ่งที่เสริ์ฟ Kushi-katsu ราคาถูก มักมีผู้คนเรียงแถวรอทานกันแน่นไปหมดในวันหยุด ร้านแถวนี้จะมีถ้วยน้ำจิ้มใหญ่ๆวางไว้ข้างหน้า พร้อมผักกระหล่ำปลีสด กฏในการจิ้มที่ท่านไม่ควรฝ่าฝืนสำหรับที่นี่คือ ท่านจะต้องเอาอาหารเสียบไม้นั้นจิ้มลงไปในน้ำจิ้มเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่กัดแล้วมาจิ้มอีก เพราะมันเป็นน้ำจิ้มรวมของคนอื่นๆด้วย (แต่ถ้าน้ำจิ้มไม่พอจริงๆ จะเอาใบกระหล่ำปลีช้อนเอาก็ได้) ส่วนที่ร้าน Shiruhisa ที่ Hozenji Yokocho นั้นเป็นร้านแรกที่นำเอาวัสดุใหม่ๆที่ร้านอื่นๆไม่เคยใช้มาก่อนกว่า 40-50 ชนิดมาเสียบไม้ทอด จิ้มกับน้ำจิ้ม 5 ประเภทที่พ่อครัวจะแนะนำให้ว่าควรจิ้มอะไรกับน้ำจิ้มไหน ผักประหล่ำปลีสด แครอท และแตงกวาสดทานคู่ไปด้วยแก้เลี่ยนได้ดีมาก บรรยากาศเหมือนเคาวน์เตอร์บาร์เล็กๆ ที่ร้านก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความอร่อย แต่ราคาค่อนข้างสูงหน่อย