HISTORICAL OVERVIEWประวัติศาสตร์

ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยาวนานกว่า 1400 ปี

โอซาก้าเป็นศูนย์กลางทางการค้าและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณกาล ทั้งนี้เพราะโอซาก้าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเล และยังมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน ทำให้มีผู้คนสัญจรไปมาทั้งจากในและนอกประเทศ อาจกล่าวได้ว่า โอซาก้าเป็นประตูเข้าออกสู่โลกภายนอกแห่งแรกของญี่ปุ่นก็ว่าได้

historical01

โอซาก้าเริ่มรุ่งเรืองจากคริสต์ศตวรรษที่ 5

คริสต์ศตวรรษที่ 5 เป็นสมัยที่โอซาก้ากำลังรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ผู้คนที่เดินทางมาจากประเทศจีนและคาบสมุทรเกาหลีต้องมาขึ้นบกที่ท่า Naniwa-tsu ในโอซาก้า พวกเขาได้นำเอาวัฒนธรรม ศิลปะ หัตถกรรม เทคโนโลยี่ และความรู้ใหม่ๆเช่นการประดิษฐ์เครื่องเคลือบกระเบื้อง การหลอมโลหะ การก่อสร้าง วิศวกรรม ฯลฯ มาเผยแพร่ให้กับชาวญี่ปุ่น หนึ่งในวัฒนธรรมสำคัญที่ถูกนำมาเผยแพร่ในครั้งนั้นคือความเชื่อทางพุทธศาสนา ซึ่งไม่นานนักก็มีผู้เลื่อมใสไปทั่วประเทศ

historical02

ในค.ศ.593 เจ้าชาย Shotoku ได้ทรงสร้างวัด Shitenno-ji ขึ้น ทำให้โอซาก้ากลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศต่างๆในเอเซีย ต่อมาในค.ศ. 645 จักรพรรดิ์ Kotoku ได้ทรงย้ายเมืองหลวงจาก Asuka (จังหวัดนาราในปัจจุบัน) มาที่โอซาก้า และได้ทรงสร้างพระราชวัง Naniwanomiya ซึ่งถูกจัดเป็นพระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นขึ้น และถึงแม้ว่าต่อมา ศูนย์กลางทางด้านการเมืองจะถูกย้ายไปที่ Nagaoka-kyo (เกียวโต) Heijo-kyo (นารา) Heian-kyo (เกียวโต) Kamakura และเอโดะ (โตเกียว) ตามลำดับก็ตาม โอซาก้าก็ยังคงสถานะของเมืองสำคัญอันดับสองของประเทศ และยังเป็นเมืองท่าสำคัญทางการค้าและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศอยู่เสมอมา

historical03

อาณาจักรของ Hideyoshi

ในปีคศ.794 ญี่ปุ่นได้ย้ายเมืองหลวงไปที่ Heian-kyo (เกียวโต) หลังจากนั้น ประวัติศาสตร์ของประเทศจึงเริ่มสู่สมัย Heian ซึ่งเป็นสมัยที่วัดวาอารามที่งดงามจำนวนมาก พร้อมๆกับศิลปะและวรรณกรรมลือชื่อเช่น Genji Monogatari (เรื่องเล่าของเกนจิ ซึ่งเป็นเจ้าชายในราชวงศ์ สมัยเฮอัน) ถูกสร้างขึ้นในเกียวโตและโอซาก้า ซึ่งอยู่ติดๆกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าทศวรรษ 1100 นักรบได้ใช้กำลังยึดครองอำนาจจากราชวงศ์และได้ย้ายเมืองหลวงไปไว้ที่ Kamakura ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองกว่าสองศตรวรรษหลังจากนั้นเป็นต้นมา

ระหว่างคริสต์ศวรรษที่ 14 โอซาก้าถูกทำลายพินาศจากสงครามหนแล้วหนเล่า จนกระทั่งพระสงฆ์ Rennyo (เรนเนียว) ได้สร้างวัด Ishiyama Gobo ขึ้นบนที่ราบสูง Uemachidaichi ใจกลางโอซาก้า เพื่อเป็นที่พำนักอาศัยของพระสงฆ์และเป็นปราการต่อสู้กับศัตรู วัดดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันในนามของวัด Ishiyama Hongan-ji ในเวลาต่อมา

historical04

ต่อมาในปลายสมัย Muromachi (ค.ศ.1336-1573) Oda Nobunaga นักรบลือชื่อผู้พยายามรวบรวมประเทศให้เป็นปึกแผ่นได้เดินทางมาโอซาก้าและประสงค์ที่จะครอบครองที่ราบสูง Uemachidaichi เนื่องจากได้เล็งเห็นว่าเป็นทำเลที่เหมาะแก่การต่อสู้กับข้าศึก เพราะนอกจากจะตั้งอยู่บนที่สูง มองเห็นพื้นที่รอบๆได้แล้ว โอซาก้ายังมีแม่น้ำ Yamatogawa และแม่น้ำ Yodogawa ไหลผ่าน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศมาแต่เนิ่นนานแล้วอีกด้วย Nobunaga เชื่อว่าการครอบครองโอซาก้าคือกุญแจสำคัญของการรวบรวมประเทศ

Nobunaga ได้ระดมกำลังบุกรุกทำลายวัดวาอาราม ซึ่งเป็นฐานกำลังของศัตรูนานหลายสิบปี จนกระทั่งท้ายสุดได้วัด Ishiyama Hongan-ji มาไว้ในครอบครอง อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่มีโอกาสได้เห็นประเทศถูกรวบรวมเป็นปึกแผ่นด้วยตนเอง คงทิ้งหน้าที่ดังกล่าวไว้กับ Toyotomi Hideyoshi ทหารเอกคนสนิท ซึ่งเป็นนักรบที่ชาวเมืองโอซาก้าชื่นชอบที่สุด Hideyoshi ได้สร้างปราสาทโอซาก้าขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นวัด Ishiyama Hongan-ji ในค.ศ.1583 ซึ่งขณะนั้น ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงสมัย Azuchi Momoyama (ค.ศ.1574-1600) Hideyoshi ได้สั่งให้ขุดลอกคลองและขยายตัวเมืองออกไป ทำให้โอซาก้ากลายเป็นศูนย์กลางการติดต่อทางทะเลที่สำคัญที่สุดของประเทศในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม อาณาจักรของเขาก็ต้องล่มสลายไปในสงครามฤดูหนาวค.ศ.1614 และสงครามฤดูร้อนในปีถัดมาคือค.ศ.1615 เมื่อทหารของ Tokugawa Ieyasu เผาปราสาทวอดวายหมด

historical05

ศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

ในสมัยเอโดะ (ค.ศ.1601-1867) ญี่ปุ่นได้ย้ายเมืองหลวงไปที่เอโดะ (โตเกียว) รัฐบาลโชกุนตระกูล Tokugawa ได้สั่งปิดประเทศเป็นเวลาเกือบ 300 ปีเต็ม ทำให้โอซาก้ามีโอกาสฟื้นฟูบ้านเมือง กลายเป็นศูนย์กลางการค้าของประเทศอย่างรวดเร็ว สินค้าและวัสดุสำหรับประกอบอาหาร เช่นข้าว สาหร่าย ปลา ฯลฯ ถูกลำเลียงมาทางเรือจากทั่วประเทศเพื่อมาขึ้นที่ท่าในโอซาก้า จนผู้คนพากันเรียกโอซาก้าว่า "ครัวของประเทศ" มาจนทุกวันนี้

historical06

และจากความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้โอซาก้าสามารถพัฒนาวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่มีเอกลักษณ์ของตนเองขึ้น โรงละครหุ่น Joruri (ต่อมาถูกเรียกว่า Bunraku เป็นละครหุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO) โรงละคร Noh (ละครรำใส่หน้ากาก) โรงละคร Kabuki (ละครร้องและรำซึ่งนักแสดงเป็นผู้ชายล้วน) ถูกสร้างขึ้นหลายต่อหลายแห่ง สร้างความครึกครื้นแก่ตัวเมืองอย่างมาก นอกจากนั้น โอซาก้ายังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีอิทธิพลต่อการวางรากฐานทางการศึกษาของประเทศไม่น้อยอีกด้วย โรงเรียนชั้นนำหลายแห่งถูกสร้างขึ้นเพื่อผลิตบุคลากรรองรับการพัฒนาประเทศ หนึ่งในโรงเรียนดังกล่าวคือ โรงเรียน Tekijuku ซึ่งตั้งมาเพื่อถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์จากตะวันตก นักเรียนที่จบการศึกษาจากที่นี่หลายต่อหลายคน ต่อมาได้กลายเป็นผู้นำของประเทศในสมัยเมจิ เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศรับอารยธรรมตะวันตกอีกครั้งหนึ่งในปลายศตวรรษที่ 19

historical07

เมืองอุตสาหกรรมของประเทศ

หลังจากการปฏิรูปเมจิในค.ศ.1868 เป็นต้นมา ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งทางด้านโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจ การย้ายพระราชวังไปรวมกับศูนย์กลางอำนาจการเมืองที่โตเกียวทำให้โอซาก้าค่อยๆสูญเสียความมั่งคั่งลง โอซาก้าได้พยายามปรับตัวจากศูนย์กลางการค้ามาเป็นศูนย์กลางการอุตสาหกรรม จนทำให้มีอยู่ระยะหนึ่งที่ผู้คนพากันขนานนามโอซาก้าว่า "นครแห่งหมอกและควัน" (Manchester of the Orient)

โอซาก้าได้รับสถาปนาเป็นหน่วยการปกครองแบบเมือง (City) ในปีค.ศ.1889 และในปีค.ศ.1903 ย่าน Tennoji ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานมหกรรมแสดงสินค้าทั่วประเทศครั้งที่ 5 มีสินค้าที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี่สมัยใหม่และศิลปะ หัตถกรรมจากทั่วประเทศนำมาจัดแสดง ในปีเดียวกันนั้นเองที่รถรางสายแรกของเมืองเริ่มออกวิ่งบริการประชาชน และในปีค.ศ.1925 โอซาก้าก็เติบโตไปเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ และมากเป็นที่ 6 ของโลก

historical08

ความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สอง

พื้นที่กว่าหนึ่งในสามของเมืองโอซาก้าถูกทำลายลงจากการเวียนทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องของกองทัพอากาศอเมริกันในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ศูนย์กลางการค้า อุตสาหกรรม และสถานที่ราชการแทบทั้งหมดเสียหายยับเยิน อย่างไรก็ตาม หลังสงครามไม่นานนัก จากความอุตสาหะและความเป็นผู้มีอารมณ์แจ่มใสมองโลกในแง่ดี ทำให้ชาวเมืองโอซาก้าสามารถฟื้นฟูบ้านเมืองให้กลับมาคึกคักยิ่งไปกว่าสมัยก่อนสงครามเสียอีก ร้านค้าและบริษัทที่ดำเนินกิจการต่างๆทั่วประเทศจำนวนมากทุกวันนี้ต่างมีรากฐานมาจากโอซาก้าแทบทั้งนั้น ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้โอซาก้ายังคงเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคตะวันตกของประเทศจนถึงทุกวันนี้

ในปีค.ศ. 1970 โอซาก้าได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมสินค้านานาชาติ หรืองาน Expo‛70 ซึ่งเป็นมหกรรมนานาชาติครั้งแรกที่ประเทศในเอเซียเป็นเจ้าภาพ นับแต่นั้นเป็นต้นมา โอซาก้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพมหกรรมอื่นๆไม่ว่ามหกรรมทางการค้า การประชุม รวมทั้งการประชุมกลุ่มผู้นำประเทศ APEC ในปีค.ศ.1995 ด้วย และด้วยสถานที่ประชุมระหว่างประเทศเช่น Osaka International Convention Center โรงแรมชั้นนำจำนวนนับไม่ถ้วน อาหารเลิศรส ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน และสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายต่างๆ ทำให้โอซาก้ายังคงเป็นเมืองสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเอเซียและของโลกต่อไป

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโอซาก้า

PAGE TOP