<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Corporate Museums</title>
	<atom:link href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog</link>
	<description>Just another WordPress site</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 May 2013 06:04:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.1</generator>
		<item>
		<title>โรงกลั่นวิสกี้ Suntory Yamazaki</title>
		<link>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=65</link>
		<comments>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=65#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 May 2011 01:15:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mono</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=65</guid>
		<description><![CDATA[นี่ไง ผลงานช่างประดิดประดอยของโอซากา ซันทอรี่ วิสกี้ ถ้าพูดถึงโอซากา ก็เป็นดินแดนที่พรั่งพร้อมไปด้วย &#8220;การประดิดประดอยอย่างพิถีพิถัน&#8221; แต่ว่า คนที่ไม่รู้ก็ยังมีอยู่อีกมาก แทบไม่น่าเชื่อ สิ่งที่ &#8220;ถือกำเนิดที่โอซากา&#8221; ก็มีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือลิตเติ้ลเคอรี่ ที่พวกเรารู้จักกันอย่างดีเยี่ยม ก็เกิดที่โอซากานั่นไง หรือพูดถึงวิทยุ โทรทัศน์ นั่นก็ใช่เลย ในปัจจุบัน ยังมีการผลิตสิ่งใหม่ๆ อยู่ทุกวัน เช่นจากสายงานที่กว้างขวางพวกหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ ดังนั้น ในตอนนี้เราขออนุญาตแนะนำโอซากาเป็นครั้งแรก อันเนื่องมาจากมุมมองด้าน &#8220;การประดิดประดอยอย่างพิถีพิถัน&#8221; ประเด็นในวันนี้ก็คือ &#8220;ซันทอรี่&#8221; คิดว่า พวกเรารู้จักกันดีราวกับพบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ซันทอรี่ถือกำเนิดมา จากคุณชินจิโร โทริอิที่ทุ่มเทความฝันให้กับเหล้าฝรั่งที่ท้องที่ 2 โจเมะ อุตสุโบนากาโดริ &#8230; <a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=65">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>นี่ไง ผลงานช่างประดิดประดอยของโอซากา ซันทอรี่ วิสกี้</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW001.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-66" title="SW001" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW001.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ถ้าพูดถึงโอซากา ก็เป็นดินแดนที่พรั่งพร้อมไปด้วย &#8220;การประดิดประดอยอย่างพิถีพิถัน&#8221; แต่ว่า คนที่ไม่รู้ก็ยังมีอยู่อีกมาก แทบไม่น่าเชื่อ สิ่งที่ &#8220;ถือกำเนิดที่โอซากา&#8221; ก็มีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือลิตเติ้ลเคอรี่ ที่พวกเรารู้จักกันอย่างดีเยี่ยม ก็เกิดที่โอซากานั่นไง หรือพูดถึงวิทยุ โทรทัศน์ นั่นก็ใช่เลย ในปัจจุบัน ยังมีการผลิตสิ่งใหม่ๆ อยู่ทุกวัน เช่นจากสายงานที่กว้างขวางพวกหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ ดังนั้น ในตอนนี้เราขออนุญาตแนะนำโอซากาเป็นครั้งแรก อันเนื่องมาจากมุมมองด้าน &#8220;การประดิดประดอยอย่างพิถีพิถัน&#8221; ประเด็นในวันนี้ก็คือ &#8220;ซันทอรี่&#8221; คิดว่า พวกเรารู้จักกันดีราวกับพบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW0021.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignright size-full wp-image-83" title="SW002" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW0021.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ซันทอรี่ถือกำเนิดมา จากคุณชินจิโร โทริอิที่ทุ่มเทความฝันให้กับเหล้าฝรั่งที่ท้องที่ 2 โจเมะ อุตสุโบนากาโดริ นิชิ-คุ เมืองโอซากาในปี 2442 ตั้งแต่นั้นมา ได้ใช้สำนักงานใหญ่ที่โอซากา เพื่อผลิตสินค้าต่างๆ เช่นไวน์ วิสกี้ เบียร์หรือสุราอื่นๆ กับอาหารเพื่อสุขภาพเช่นชา น้ำผลไม้ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นธุรกิจที่มีชื่อเสียงทางด้านกิจกรมทางสังคมและวัฒนธรรม ได้ทุ่มเทอย่างใหญ่หลวงทางด้านดนตรีและศิลปะ เป็นต้น ในตอนนี้ เราจะค้นหาจิตวิญญาณการประดิดประดอยอย่างพิถีพิถันของโอซากา โดยสัมผัสกับ “การผลิตวิสกี้” ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ “ซันทอรี่” อีกด้วย</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>เส้นทางทัศนศึกษาโรงกลั่นยามาซากิ/ จนกว่าจะกลายมาเป็นวิสกี้</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW0031.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-85" title="SW003" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW0031.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>เมื่อพูดถึงซันทอรี่ ก็คงเป็นเรื่องของวิสกี้ ดังนั้น เรามาเยี่ยมชมโรงกลั่นยามาซากิ ซึ่งเป็นถิ่นที่เกิดของวิสกี้แห่งชาติของญี่ปุ่น รถไฟสาย JR สถานียามาซากิ ออกจากสถานีโอซากา ไปทางเมืองเกียวโต ใช้เวลาเดินรถประมาณ 20 นาที จากที่นี่ ใช้เวลาเดินไปทางทิศใต้อีก 1 นาที ก็มาถึงโรงกลั่นซันทอรี่ ยามาซากิ กลุ่มอาคารอิฐและสิ่งก่อสร้างมหึมาที่มองเห็นมาจากรถไฟคงไม่ทำให้ใครต่อใครต้องหลงทางเป็นแน่ นอกจากนี้ “เทนโนซัน” ที่เรียกกันว่า “เจ้าสนาม” มักมาเป็นอันดับ 1 หรือ 2 เมื่อถึงปลายฤดูเบสบอลหรือฟุตบอลก็อยู่ข้างหลังนี้พอดี แต่ว่าเราจะไม่ต้องแวะดูกัน หันมาที่โรงกลั่น ในเวลาเช้าตรู่ แต่พ่อแม่ลูกหรือนักศึกษาเข้าคิวรอเข้าชมกิจการกันเนืองแน่นไปแล้ว เอาละซี รถบัสนักทัศนาจรก็มาถึงพอดี ทุกคนคงเป็นคอทองแดง ดื่มกันแต่เช้าเชียวนะ (หรือว่าไม่ใช่) เอาละ นอกจากเส้นทางทัศนศึกษาแล้ว ยังมีห้องนิทรรศการหรือเส้นทางเดินชมโรงงานโดยอิสระ แต่ก่อนอื่นกรอกข้อความเพื่อขอชมกระบวนการผลิตเสียก่อน (มีมัคคุเทศก์นำทาง ทางที่ดีแล้วควรจองไว้ล่วงหน้า) ไปดูการผลิตวิสกี้กันดีกว่า</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ผลิตมาจากมอลต์และน้ำ</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW004.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="size-full wp-image-69 alignright" title="SW004" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW004.jpg" alt="" width="100" height="150" /></a>คนที่เป็นมัคคุเทศก์ให้เราเป็นหญิงสาวที่สวยมาก ขอบคุณครับ วันนี้ก็อดทนและก้าวต่อไป เดินเข้าห้องแรก พร้อมกับคล้ายๆ จะพูดแบบคำพูดแบบนี้ ที่นี่ก็คือ〈ที่เตรียมวัสดุ〉 ในหม้อเตรียมขนาดยักษ์ เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร คล้ายกับจานบินนี้ มีเมล็ดของมอลต์ที่ป่นละเอียด กับน้ำที่ 63℃ ผสมกัน และถูกคนอย่างทะนุถนอม เมื่อทิ้งไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แป้งในเมล็ดของมอลต์เปลี่ยนเป็นน้ำตาล (กระบวนการหมัก) ดูเหมือนจะได้น้ำหวานจากมอลต์ ได้กลิ่นหวานๆ โชยมา แน่ละ น้ำร้อนนี้เป็นน้ำจากยามาซากิ เนื่องจากจุดนี้เป็นตัวตัดสิน &#8220;รสชาติ&#8221; ของวิสกี้ จึงเรียกว่า &#8220;แม่แห่งสายน้ำ (มาเทอร์วอเตอร์)&#8221; กันทีเดียว</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>เตรียมส่าเหล้าของวิสกี้ได้แล้ว</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW005.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-70" title="SW005" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW005.jpg" alt="" width="100" height="150" /></a>ต่อไปเป็นห้อง〈หมักเหล้า〉 และแล้วเราพบกับถังหมักที่ทำด้วยไม้ มีขนาดใหญ่เรียงกันอยู่ พอมองดูในถัง พบว่าผิวเป็นฟองสีขาวเต็มไปหมด เป็นจุดที่ยีสต์แยกสลายน้ำตาลออกเป็นแอลกอฮอล์กับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ห้องนี้อบอุ่นจนร้อนชื้นก็เพราะว่า ความร้อนออกมาในตอนที่เกิดการหมัก ในบางครั้ง ฟองปุดออกมาเป็นจุดๆ เมื่อผ่านไป 3 วัน ยีสต์จะหมดฤทธิ์ คราวนี้ เชื้อแบคโตบาซิลลัสและเชื้ออื่นๆ ที่ออกมาจากถังจะเริ่มทำงาน เพื่อสร้างกลิ่นและรสชาติที่ลึกล้ำ เมื่อพูดแบบนี้ กลิ่นก็เริ่มจะออกไปทางเปรี้ยวๆ  เมื่อหมดขั้นตอนการหมัก ก็ได้ “เชื้อวิสกี้” ที่มีระดับแอลกอฮอล์ประมาณ 7%</p>
<p style="margin-top:5em;">
<h2>สิ่งที่ได้เป็นของเหลวใส ปราศจากสี</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW006.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignright size-full wp-image-71" title="SW006" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW006.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ต่อไป เราไปที่กระบวนการ〈กลั่น〉ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของระเบียงข้ามทางเดิน มัคคุเทศก์สาวบอกว่า “ใครแพ้แอลกอฮอล์ หรือรู้สึกคลื่นไส้ ให้บอกด้วย” จริงทีเดียว มีกลิ่นเหล้าฉุนมาก คนที่เมาเพราะกินผักดองนาราซุเค น่าจะระวังตัวเอาไว้หน่อย แต่ว่า เด็กน้อยกลับเดินอย่างแข็งขัน ดูแล้วส่วนใหญ่ก็ไม่เป็นอะไรกัน เอาละ ทางนี้มีหม้อกลั่นอยู่ 6 ชุด 12 หม้อ มองดูคล้ายแตรยักษ์ ที่นี่เป็นหม้อกลั่นทำด้วยทองแดง เรียกว่าพ็อตสตีล จุดไฟให้ความร้อนโดยตรงมาจากข้างล่าง คล้ายอ่างอาบน้ำร้อนแบบโกอุเอมอง เพื่อกลั่น “หัววิสกี้” ทำเป็นหัวเชื้อเหล้า อุณหภูมิในห้องช่างสูงสมชื่อทีเดียว ในขณะที่กลั่น เรามองเห็นของเหลวใสไหลออกมา นี่คือวิสกี้ที่ได้ หรือนิวพ็อตนั่นเอง วิสกี้ใหม่ที่ใสเป็นตาตั๊กแตนนี้ถูกบรรจุเข้าถัง บ่มให้เข้าที่เป็นเวลานานปี แล้วกลายเป็นสีอำพันที่เราเห็นกันจนเคยชิน</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ตอนนี้กำลังบ่ม หรือหลับอุตุกันอยู่</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW007.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-72" title="SW007" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW007.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>พอพูดเช่นนี้ก็ไปยัง〈ห้องเก็บถัง〉 ถังจำนวนมากมายเรียงเต็มห้องมืดๆ จนลานตาไปหมด &#8220;ความร้อน&#8221; หรือ &#8220;กลิ่น&#8221; ที่เคยมีกลับเงียบสงัดราวกับโกหก รู้สึกเหมือนกับว่า วิสกี้กำลังนอนหลับ ที่ยามาซากินี้มีถังเช่นนี้ประมาณ 4 แสนถัง แต่ละถังมีปีที่ผลิตกำกับอยู่ วิสกี้ที่เริ่มผลิตที่นี้อยู่ในปี 2467 ยังดูถังในปีนั้นได้อีกจากที่จุดนี้ บางคนอาจตื่นเต้นที่ได้เห็นถังบ่มวิสกี้ในปีที่ตนเองเกิดมา อาจพูดทักทายว่า &#8220;วาว.. ช่างอดทนจริงๆ นะแก&#8221; ที่มุม &#8220;ลูกค้าตีตราจอง (โอวเนอรส์คัสค์)&#8221; ยังเก็บถังบ่มที่มีคนจองซื้อเรียบร้อยไว้อีกด้วย เล่ากันว่า ราคาถังละตั้งแต่ 5 แสนเยนจนถึง 30 ล้านเยนทีเดียว ถังบ่มทั้งหลาย เติบโตกันไป ได้ดีกันไปนะ</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ถึงเวลาที่จะมีคนเอาพวกแกไปดื่มละซี</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW008.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignright size-full wp-image-73" title="SW008" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW008.jpg" alt="" width="100" height="150" /></a>เอาละ มาถึงจุดสุดท้าย เป็นมุมทดลองจิบวิสกี้ เราอาจลงชิมได้โดยผสมน้ำ หรือผสมโซดา มีกับแกล้มไว้ให้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น วิสกี้ที่ดื่มได้เป็นยามาซากิ 12 ปี กับฮาคุชุ 12 ปี ยังไงๆ อย่าดื่มจนเกินเลยก็แล้วกันนะ ถ้าเมาหยำเปแล้วละก้อ ก็น่าจะเกรงใจสายตาอันดุๆ ค้อนๆ ของมัคคุเทศก์สาวๆ กันไว้บ้าง คนที่ขับรถก็ดื่มไม่ได้นะครับ สำหรับคนขับรถหรือเด็กๆ จะมีน้ำส้มหรือชาเย็นไว้คอยบริการ</p>
<h2>มาคุยกันถึงเรื่องการควบคุมคุณภาพ</h2>
<p>ขณะที่ทดลองดื่มวิสกี้ ผมได้สนทนากับคุณโอซามุ ฟุคุชิ ผู้จัดการทั่วไปด้านควบคุมคุณภาพ<br />
<strong>ถาม：วันนี้ก็มีคนเข้ามาทัศนศึกษามากนะครับ</strong></p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW009.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-74" title="SW009" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW009.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ที่โรงกลั่นยามาซากิ มีคนเข้ามาชมกิจการเฉลี่ยปีละประมาณ 1.3 แสนคน  เมื่อวันก่อน เราได้รับรางวัล “ศูนย์ทัศนศึกษายอดเยี่ยมแห่งปี (วิซิสเตอร์เซนเตอร์ออฟเดอะเยียร์)” ที่จัดอันดับโดยวารสารเฉพาะด้านวิสกี้ของอังกฤษ เป็นการยกย่องนิทรรศการ การแนะนำกระบวนการผลิต กิจกรรมต่างๆ ตลอดจนอาคารและเจ้าหน้าที่ ที่พวกเราได้ดำเนินการเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิสกี้ ดีใจมาก ที่มีคนมาชื่นชมสิ่งที่เราเอาใจใส่กันในแต่ละวัน</p>
<p><strong>ถาม：อาจทำได้เพราะเป็นแผ่นดินแห่งยามาซากิกระมัง</strong><br />
<a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW010.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignright size-full wp-image-75" title="SW010" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW010.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ผมคิดว่า นอกจากโรงกลั่นยามาซากิเป็นสถานที่ที่เข้ามาชมเพื่อหาความรู้ในการผลิตวิสกี้แล้ว ยังให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติรอบข้างที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่อีกด้วย รู้จักกันดีว่าเป็นดินแดนแห่งน้ำคุณภาพเยี่ยม เรามีบ่ออยู่ข้างๆ ที่เก็บถังบ่มนั่นไง ที่บ่อน้ำนั้น กบน้ำเงินเขียววางไข่ในเดือนมิถุนายนของแต่ละปีเชียวนะ เป็นกบที่เป็นที่ระลึกจากธรรมชาติ และวางไข่ได้เฉพาะในที่ๆ มีน้ำสะอาดเท่านั้น น่าจะเป็นหลักฐานที่แสดงว่า ธรรมชาติของยามาซากินั้นดีจริงๆ การผลิตวิสกี้ของเรานั้น ต้องมีทั้งน้ำกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ดังนั้น เมื่อมาถึงวันหยุด พนักงานมีกิจกรรมทำความสะอาด เช่นเก็บขยะรอบข้างโรงกลั่น หรือดูแลต้นไม้ของเทนโนซัน เพื่อดูแลสภาพแวดล้อมให้ดีอยู่ตลอดไป</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>เรียนรู้วิธีดื่มวิสกี้ให้อร่อย</h2>
<p>คุณฟุคุชิแนะนำให้ดื่ม “วิสกี้โฟลต” ในตอนแรก ใส่น้ำแข็งก้อนค่อนข้างใหญ่ลงในแก้ว เติมน้ำแร่ลงไป แล้วค่อยๆ “ลอย” วิสกี้ลงไปอย่างช้าๆ จะได้ชั้นน้ำแข็งสวยงาม ชั้นบนเป็นวิสกี้แบบเพียวๆ ต่อมาเป็นวิสกี้ออนเดอะร็อก ชั้นล่างเป็นวิสกี้โซดานั่นไง คือดื่มได้หลายแบบจากวิสกี้แก้วเดียวกัน มีชั้นเชิงการดื่มในแบบอื่นๆ อีกด้วย โปรดดูรายละเอียดจากที่นี่</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>เส้นทางทัศนศึกษาโรงกลั่นยามาซากิ/ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของวิสกี้ผลิตในญี่ปุ่น</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW011.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-76" title="SW011" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW011.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>การผลิตวิสกี้มีความลึกล้ำจริงๆ เราแยกย้ายจากมัคคุเทศก์สาวสวย (แสนเสียดาย) ต่อไปก็ชมพิพิธภัณฑ์วิสกี้กันโดยเสรี ทัศนศึกษาห้องนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์วิสกี้ มีการแนะนำสิ่งต่างๆ เช่น ประวัติการผลิตวิสกี้ในญี่ปุ่นนั้น ทำไมจึงเริ่มต้นกันที่โอซากา</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>จุดกำเนิดของซันทอรี่</h2>
<p>ด้วยเหตุนี้ จึงเริ่มจากการแสดงภาพถ่ายของคุณชินจิโร โทริอิ สมัยหนุ่มๆ ที่เป็นผู้จัดการรุ่นแรก บุคคลผู้นี้ได้เริ่มกิจการ “ร้านเหล้าฝรั่งในยุคต่อไป” ในเมืองโอซากาเมื่อปี 2442 เพื่อ “ผลิตเหล้าฝรั่งที่เหมาะสมกับคอญี่ปุ่น!” แล้วกลายมาเป็นคนผลิตวิสกี้คนแรกในญี่ปุ่น สิ่งที่คุณชินจิโรทดลองผลิตในครั้งแรกคือเหล้าไวน์ ชื่อก็คือ “พ็อตไวน์ขวดกลมแดง” ตอนนั้นเป็นยุคสมัยเมจิ เป็นยุคที่วัฒนธรรมตะวันตกแบบรสนิยมสูงหลั่งไหลเข้ามากอย่างรวดเร็ว ไวน์ แชมเปญ วิสกี้ บรั่นดีและเหล้าอื่นๆ ต่างยังเป็นของใหม่ ในระหว่างนั้น ยอดขายได้เพิ่มขึ้นทุกปี เพราะมีการโฆษณาอย่างแปลกใหม่ในหนังสือพิมพ์ โปสเตอร์ที่เริ่มใช้ภาพหญิงเปลือยเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่น โดยมีคำสโลแกนว่า “รสอร่อย” “บำรุงกำลัง” เป็นต้น ภาพหญิงสาวสวยร่างระหงถือแก้วไวน์สีทับทิม ได้รับรางวัลที่ 1 ใน “นิทรรศการภาพโปสเตอร์นานาชาติ” ที่เยอรมัน (ปี 2465) งานพิมพ์ที่ทำซ้ำหลายสิบครั้ง เพื่อเน้นสีแดงของไวน์นั้น ยังสวยงามอยู่แม้มาถึงปีนี้ ช่วยกันดูของจริงกันหน่อยเป็นไง ในตอนนั้น ผิวนวลของหญิงสาวมีความสดใหม่ กลายเป็นเรื่องที่เล่าลือกันนาน</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>วิสกี้ยี่ห้อแรกของญี่ปุ่น &#8220;ชิโรฟุดา&#8221;</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW012.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignright size-full wp-image-77" title="SW012" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW012.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ชินจิโรที่ได้ผลิตและจำหน่ายเหล้าไวน์จนเข้าที่เข้าทางมาก่อนเริ่มสนใจและทุ่มเทในการผลิตวิสกี้มาตั้งแต่ปี 2466 (ปีไทโช 12) แสวงหาน้ำที่เหมาะสมกับการผลิตวิสกี้โดยเดินทางไปทั่วทิศ เลือกที่ดินที่ยามาซากิเป็นแผ่นดินใจจินตนาการสำหรับการผลิตวิสกี้ จึงได้เริ่มก่อสร้างโรงงาน ในปีต่อมา 2467 ก่อสร้างโรงกลั่นยามาซากิเสร็จ จึงเริ่มผลิตวิสกี้เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น วิสกี้เป็นเหล้าที่บ่มในถังไว้หลายๆ ปี ในตอนนั้น คนที่อยู่รอบข้างยามาซากิสนใจแต่การขนย้ายมอลต์หรือถังเปล่า ต่างไม่สนใจที่มาที่ไปของผลผลิตที่ได้มาเลย จึงเกิดข่าวลือว่า “ดูเหมือนว่า ที่นั่นมีปีศาจร้ายชื่อ “อุซุเค” อาศัยอยู่ ในแต่ละวันมันจะกินข้าวไรท์จำนวนมากมาย” และแล้ว ในปี 2472 จึงเริ่มกำเนิดวิสกี้ผลิตในญี่ปุ่นขึ้นเป็นปีแรก เนื่องจากวิสกี้นี้มีสลากสีขาว จึงเรียกว่า “ชิราฟุดา” โฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์มีคำว่า &#8220;ตื่นเถิด พวกเรา！ อย่ามัวหลงใหลได้ปลื้มกับสินค้านำเข้ากันเลย&#8221; ซึ่งฟังดูเท่จัง ในวันนี้ คงพูดแบบนี้ไม่ได้แล้ว<br />
<a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW013.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-78" title="SW013" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW013.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a></p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>วิสกี้ &#8220;รสดี&#8221;</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW014.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignright size-full wp-image-79" title="SW014" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW014.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ในปี 2480 ได้วางจำหน่าย &#8220;ซันทอรี่วิสกี้ขวดเหลี่ยม&#8221; ขวดแบบนี้ ยังมีขายในตอนนี้ เป็นลวดลายคล้ายกับกระดองเต่านั่นไง &#8220;อันนี้นะซี!&#8221; เป็นจุดกำเนิดของวิสกี้ &#8220;เออาจิ (รสดี)&#8221; ที่ทำให้ชินจิโรรู้สึกพอใจมาก แต่ในไม่ช้า เกิดสงครามเอเชียมหาบูรพา การจัดหาวัตถุดิบทำได้ยาก แต่ยามาซากิยังคงผลิตวิสกี้ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการโจมตีทางอากาศบ่อยขึ้น ได้มีการป้องกันถังบ่มโดยเจาะรูจำนวนมาก เพื่อฝังถังไว้ที่เชิงเขาหรือพื้นดินที่โรงกลั่น ภาพถ่ายหลักฐานของโรงกลั่นในตอนนั้น ก็ยังเหลืออยู่ </p>
<p>วิสกี้ที่หนีจากภัยสงครามยังคงบ่มตัวอย่างต่อเนื่องในพื้นดินของยามาซากิ เมื่อผ่านพ้นวิบากกรรมต่างๆ ถังแต่ละถังที่ผลิตมากลายเป็นพื้นฐานของแฟชั่นนิยมวิสกี้ในสมัยหลังสงครามโลก</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>เริ่มต้น เดอะแจแปนีส วิสกี้</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW015.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-80" title="SW015" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW015.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>แฟชั่นนิยมวิสกี้ในสมัยหลังสงครามโลก พิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมโฆษณาไว้เป็นจำนวนมาก เหมือนจะแสดงถึงสัญลักษณ์ของยุคสมัยนั้น “ทริส วิสกี้ที่อร่อย ราคาถูก” หรือ “อยากเป็นอยู่แบบคนนะ” หรือ “ดื่มทริสแล้วไปเที่ยวฮาวายกันไหม” เป็นต้น เมื่อพูดเช่นนี้ คุณพ่อของผมก็เคยดื่มวิสกี้ขวดเหลี่ยมสีดำ ที่เรียกว่า “ดารุมา” เป็นต้น เป็นยุคของอังเคิ้ลทริส ที่เป็นตัวละครแบบคนขี้ใจน้อย คุณลุงคนโสดตัวเล็กในเมือง เป็นพนักงานบริษัทคนหนึ่ง เพียงแต่ชมโปสเตอร์ในอดีต ก็รู้สึกว่าเข้าใจบรรยากาศในระยะเวลานั้นได้ดี </p>
<p>ในปี 2504 ซันทอรี่วิสกี้ได้รับอนุญาตให้ติดสลากที่อเมริกาว่า “แจแปนีสวิสกี้” ที่เป็น “วิสกี้ยิ่งใหญ่ 5 ยี่ห้อของโลก” เช่นเดียวกับสกอต ไอริช คานาเดียน และบอร์บอน เป็นวิสกี้ญี่ปุ่นที่เกิดจากน้ำมือของชินจิโร โทริอิ แล้วกลายเป็น “รสชาติของโลก” และเลื่องลือกันในการประกวดเหล้าระดับโลกในระยะปัจจุบัน ทุกวันนี้ก็ยังผลิตกันอยู่ที่โรงกลั่นยามาซากิ</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>เลือกซื้อเป็นของฝาก</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW016.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignright size-full wp-image-81" title="SW016" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW016.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ข้างๆ ห้องนิทรรศการเป็นห้องสมุดวิสกี้ ฝาผนังเต็มไปด้วยขวดวิสกี้ แสดงไว้ด้วยหัวเชื้อเหล้าที่ผลิตจากโรงกลั่นยามาซากิ เป็นต้น เมื่อลองดูให้ดี จะเห็นความแตกต่างตั้งแต่เหล้าใสแจ๋ว จนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ชั้นสองยังมีร้านค้า มีจำหน่ายทั้งวิสกี้จำกัดจำนวนเฉพาะของยามาซากิ วิสกี้เค้ก คุกกี้ ตลอดจนเบคอนหรือชีสที่เหมาะที่จะเป็นกับแกล้มของวิสกี้ แก้วหรือแก้วน้ำผสมเหล้าก็ค่อนข้างเก๋ อีกประการหนึ่ง ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ชอบใจคือเครื่องเรือนที่ทำจากถังบ่มวิสกี้ มีการออกแบบที่ไม่เลวทีเดียว เคาน์เตอร์รูปวงกลมที่ทางเข้าของพิพิธภัณฑ์วิสกี้นั้นมีวิสกี้ที่ทดลองดื่มได้ในรูปแบบต่างๆ นานา แม้จะคิดเงิน แต่ราคาย่อมเยา มีคนนิยมกันมาก </p>
<p>ของที่ระลึกของผมที่มาจากทัศนศึกษาคือ การหันไปซื้อวิสกี้เฉพาะที่จำกัดจำนวนของโรงกลั่น ซิงเกิ้ลมอลต์วิสกี้ หมายเลข 103335 แล้วค่อยๆ จิบทีละนิด</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ไปที่จูโซทริสบาร์ ร้านเก่าแก่แห่งเมืองโอซากา</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW0031.jpg" rel="lightbox[65]"><img class="alignleft size-full wp-image-85" title="SW003" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/SW0031.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ด้วยเหตุนี้ จึงไปที่จูโซทริสบาร์ บาร์ที่ขอแนะนำว่า ควรจะไปดื่มวิสกี้กันในเมืองโอซากา ที่นี่ หลายคนอาจไม่รู้ว่า เปิดร้านมาแล้วไม่น้อยกว่า 50 ปีเชียวนะ คุณฟุคุชิ ผู้รับผิดชอบการควบคุมคุณภาพเองก็เล่าว่า “ดื่มและมีปลาหมึกย่างเป็นกับแกล้ม” ลงจากรถไฟสายฮันคิว ที่สถานีจูโซ เมื่อเดินไปยังซอกเล็กๆ ที่ชื่อ “ตรอกเหม็นฉี่ (โชเบ็นโยโกโจ)” จะมองเห็นป้าย “จูโซทริสบาร์” เมื่อเปิดประตูไม้เก่าร่วมสมัย เคาน์เตอร์เรียงกันจนถึงส่วนใน เมื่อนั่งที่ริมซึ่งว่างอยู่ เจ้าของร้านรูปหล่อค่อยๆ เอาเมนูมาให้เลือก กลางคืน หลังจากสองทุ่ม ที่นั่ง 20 ที่ที่เคาน์เตอร์ มีลูกค้านั่งอยู่เต็ม </p>
<p>สามารถสนุกสนานกับการเลือกดื่มวิสกี้ได้ตั้งแต่ทริสที่ราคาพอประมาน จนถึงวิสกี้ชั้นหรูของยามาซากิหรือฮิบิคิ แต่มักจะเรียกคนที่นี่กันว่าลูกค้าที่ “ดื่มตามระดับความก้าวหน้า” เพราะว่าพอใครสักคนได้รับการเลื่อนตำแหน่งในบริษัท ก็มักเลื่อนระดับของวิสกี้ที่ดื่มประจำกันจนเป็นตำนาน เล่ากันว่า เป็นกฎโดยปริยายของพนักงานบริษัทผู้ขยันขันแข็ง ในยุคที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นโตวันโตคืน คุณลุงที่นั่งข้างๆ กำลังสนทนาอย่างออกรสชาติขณะที่ดวด “ยามาซากิ” วิสกี้ผสมน้ำกับโซดา </p>
<p>ในตอนนั้น ผมสั่ง &#8220;ปลาหมึกย่าง&#8221; อันเป็นกับแกล้มยอดนิยม &#8220;ปลาหมึกย่าง&#8221; พูนจานราดซีอิ๊วญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยไข่เป็นความอร่อยที่อาจติดจนเป็นนิสัย สำหรับผม ข้าผู้เป็นผู้น้อยแล้วละก้อ ประเดิมด้วยทริสผสมโซดาเสียก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?feed=rss2&#038;p=65</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปที่อาคารที่ระลึก การประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันดีกว่า！</title>
		<link>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=8</link>
		<comments>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=8#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 May 2011 06:41:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mono</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[มีการประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นครั้งแรกของโลกขึ้นที่โอซากา ตอนนี้ ใครๆ ก็รู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวหรอก เราใช้เป็นอาหารว่าง อาหารค่ำ อาหารเมื่อทำงานล่วงเวลา อาหารในยามฉุกเฉิน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีบทบาทที่หลากหลายในสถานการณ์ต่างๆ ของแต่ละวัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของเราไปเสียแล้ว ปริมาณบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อปีของญี่ปุ่นก็มากถึง 5,100 ล้านมื้อ (ในปี 2551 &#8212; สำรวจโดยสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปญี่ปุ่น) หรือเฉลี่ยคนละ 39.9 มื้อต่อปี หรือแต่ละคนรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันประมาณเดือนละ 3-4 ครั้งนั่นเอง น่าจะพูดเสียใหม่ว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารประจำชาติไปแล้ว! และความเป็นยอดนิยมนั้น ไม่ได้พบเฉพาะแต่ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อพูดถึงปริมาณบริโภคทั่วโลกในแต่ละปี จะมากถึง 93,600 ล้านมื้อ (จากผลสำรวจเดียวกัน) หรือตัวเลขจำนวนมหาศาลทีเดียว แม้จะเป็นปริมาณที่จินตนาการได้ยาก แต่ดูเหมือนว่าจะกินกันทั่วโลก จึงคงอยากจะพูดว่า &#8220;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารของชาวโลก&#8221; อีกด้วย &#8230; <a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=8">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีการประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นครั้งแรกของโลกขึ้นที่โอซากา</p>
<p>ตอนนี้ ใครๆ ก็รู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวหรอก เราใช้เป็นอาหารว่าง อาหารค่ำ อาหารเมื่อทำงานล่วงเวลา อาหารในยามฉุกเฉิน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีบทบาทที่หลากหลายในสถานการณ์ต่างๆ ของแต่ละวัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของเราไปเสียแล้ว ปริมาณบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่อปีของญี่ปุ่นก็มากถึง 5,100 ล้านมื้อ (ในปี 2551 &#8212; สำรวจโดยสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปญี่ปุ่น) หรือเฉลี่ยคนละ 39.9 มื้อต่อปี หรือแต่ละคนรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันประมาณเดือนละ 3-4 ครั้งนั่นเอง น่าจะพูดเสียใหม่ว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารประจำชาติไปแล้ว!</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/001.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-11" title="001" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/001.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>และความเป็นยอดนิยมนั้น ไม่ได้พบเฉพาะแต่ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อพูดถึงปริมาณบริโภคทั่วโลกในแต่ละปี จะมากถึง 93,600 ล้านมื้อ (จากผลสำรวจเดียวกัน) หรือตัวเลขจำนวนมหาศาลทีเดียว แม้จะเป็นปริมาณที่จินตนาการได้ยาก แต่ดูเหมือนว่าจะกินกันทั่วโลก จึงคงอยากจะพูดว่า &#8220;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารของชาวโลก&#8221; อีกด้วย ในตอนนี้ นักบินอวกาศเองก็ใช้เป็นเสบียงเมื่อ &#8220;ท่องไปในอวกาศ&#8221; กันอีกด้วย สำหรับที่บ้านของฉันเอง ได้เตรียมไว้เป็นอาหารสำรองอย่างน้อย 5 มื้อเสมอ เมื่อกลับมาดึกๆ หรือในวันที่กระเป๋าแฟบ ก็พึ่งพาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่เพียงอย่างเดียวอยู่บ่อยๆ เราคงสงสัยกันว่า ใครคิดค้นอาหารยอดนิยมเช่นนี้ขึ้นมา</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/002.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-12" title="002" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/002.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>เมื่อพูดเช่นนี้ คราวนี้ก็ขอแนะนำมาที่ &#8220;อาคารที่ระลึกการประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&#8221; ซึ่งเป็นชื่อสถานที่ที่อยู่ในเมืองอิเคดะของจังหวัดโอซากา ถ้าจะเขียนแล้วละก้อ อิเคดะเป็น &#8220;ดินแดนที่เกิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&#8221; มีบ้านของคุณโมโมฟุคุ อันโด ผู้ก่อตั้งบริษัทนินชินฟูดส์จำกัด และเป็นผู้ประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป &#8220;ศาลาวิจัย&#8221; ที่อยู่ในสวนเป็นถิ่นกำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแห่งแรกของโลกในปี 2501 คือบะหมี่ไก่ ที่ &#8220;อร่อยได้ทันที อร่อยได้ล้นเหลือ&#8221; ซึ่งรู้จักกันดีนั่นเอง เพื่อเป็นที่ระลึกถึงผลงาน จึงได้ก่อตั้ง &#8220;อาคารที่ระลึกการประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&#8221; ในปี 2542 เพื่อถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของ &#8220;การประดิษฐ์ การคิดค้น&#8221; ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์และกระบวนการของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป</p>
<p>ในอาคารมีภูมิหลังจุดกำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ประวัติศาสตร์ วิธีการผลิตและสิ่งอื่นๆ และ &#8220;โรงงานบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปของฉัน&#8221; (ไม่ต้องจองล่วงหน้า แต่เสียเงิน) ที่เลือกซุปและเครื่องปรุงเพื่อผลิตคัปนูดเดิ้ลแบบไม่เหมือนใคร หรือ &#8220;ครัวประสบการณ์การผลิตบะหมี่ไก่&#8221; ที่ทดลองทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ด้วยตัวเอง (ต้องจองล่วงหน้า และเสียเงิน) ซึ่งต่างเป็นที่นิยมกันมาก ดูท่าทางจะน่าสนุกจริงๆ！</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ตั้งแต่กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนถึง<br />
&#8220;การเดินทางในอวกาศปี 2548&#8243;</h2>
<p>เดินทางไปยังอาคารที่ระลึกการประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดยลงรถไฟที่สายฮันคีวทาการาซุกะ สถานีอิเคดะ แล้วเดินไปทางทิศใต้ 5 นาที หาได้ไม่ยาก เพราะเดินตรงไปตามถนนที่ชื่อว่า &#8220;ถนนสายบะหมี่ (นูดเดิ้ลโร้ด)&#8221; อาคารที่อยู่ด้านหน้า มีรูปปั้นทองสัมริดยิ้มเก๋อยู่บนแท่นบะหมี่ถ้วย แนบบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูปไว้ที่แขนข้างหนึ่ง สังเกตดูให้ดี นี่คือรูปปั้นของคุณโมโมฟุคุ อันโด ผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั่นเอง เอาละ ได้เวลาเข้าไปในอาคาร ฉันรวบรวมแผนผังและเอกสารอื่นๆ ที่ทางเข้าอาคารซึ่งสว่างไสว แล้วสาวเท้าเข้าไป！</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ศาลาวิจัยที่กำเนิด &#8220;บะหมี่มหัศจรรย์&#8221;</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/003.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-13" title="003" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/003.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>สิ่งแรกที่มองเห็นคือ &#8220;ห้องวิจัย&#8221; ของคุณอันโด ที่จำลองมาอีกครั้ง แม้กระนั้น ก็เป็นแค่ศาลาเรือนไม้ที่น่าจะมีลูกหมูสักสองสามตัวโผล่ออกมา&#8230;.. ด้านนอกมีรูปทรงของไก่ตัวเป็นๆ กับรถจักรยานที่เอาถุงแป้งสาลีซ้อนไว้ที่ท้ายและนำเข้ามา ที่ทางเข้า มีรูปทรงสภาพการตากแห้งที่ขยายขนาดของแผ่นแป้งสาลีไว้บางๆ ในห้อง มีพื้นที่ประมาณ 8 ตารางเมตร มีหลอดไฟฟ้า กับนาฬิกาลูกตุ้ม นอกจากหม้อต้มแบบจีน มีภาชนะพวกกะละมัง ตาชั่ง ทัพพี กระชอน หม้อนึ่ง เป็นต้น เป็นเครื่องครัวที่มีในแต่ละบ้านอยู่แล้ว เมื่อพูดถึงบะหมี่สำเร็จรูป อาจมีภาพพจน์ว่าผลิตกันแบบไฮเทค แต่รู้สึกตกใจที่รู้ว่า ได้ผลิตมาจาก &#8220;ห้องครัวธรรมดา&#8221; แบบนี้ คุณอันโดคงจะมุมานะบุกบั่นในการวิจัย แทบไม่ได้กินไม่ได้นอน หมกมุ่นอยู่เป็นเวลาแรมปี</p>
<p>สิ่งที่คุณอันโดมุ่งมั่นคือ บะหมี่ที่ &#8220;เตรียมไว้ในบ้านเรือนที่รับประทานได้เสมอ ทุกที่ ทุกเวลา และไม่ยุ่งยาก&#8221; &#8220;รับประทานได้ทันที หากมีเพียงแค่น้ำร้อน&#8221; ในศาลาวิจัย คุณอันโดสามารถจับแนวความคิดต่างๆ เพื่อเอามาพัฒนาต่อไปได้ ตัวอย่างเช่น กระบวยตักน้ำขนาดใหญ่ เพราะว่า เมื่อราดซุปปรุงสำเร็จลงบนบะหมี่ จะทำให้รสชาติแผ่สยายไปได้ทั่วถึง ต่อมา เอาบะหมี่ที่ปรุงรสแล้วไปใส่ลงในตะแกรงช้อนบะหมี่ที่ทำเอง ให้ได้ก้อนละมื้อ ทอดด้วยน้ำมันในหม้อจีนขนาดใหญ่ เพื่อให้แห้งทันที (ภาพการทอดแสดงด้วยเสียงซู่ซ่า และรูปของสิ่งที่อยู่ในหม้อ) ซึ่งเล่ากันว่า ได้ความคิดมาจากการทอดเทมปุระของภรรยาของคุณอันโดนั่นเอง เมื่อทอดบะหมี่ด้วยน้ำมัน น้ำในบะหมี่จะหายไปจนแห้ง และบะหมี่จะเกิดรูพรุนมาก (คล้ายผิวแป้งของกล้วยทอด) การที่บะหมี่แห้งช่วยให้เก็บรักษาได้นาน หรือเทน้ำร้อนลงไป น้ำจะเข้าไปในรูพรุนจนบะหมี่คืนรูปเดิมได้ทันที</p>
<p>แต่น่าสงสัยว่า ทำไมใช้เนื้อไก่มาทำเป็นซุป เล่ากันว่าในวันหนึ่ง ไก่ที่เลี้ยงไว้ข้างๆ ศาลาวิจัย ร้องลั่นและดิ้นพราดเมื่อถูกเชือดเพื่อปรุงเป็นอาหาร ลูกชายมองดูด้วยความตกใจและกลัวสุดขีด เลยเลิกรับประทานเนื้อไก่ไปเลย หากแต่ชอบอกชอบใจกับบะหมี่ใส่ซุปที่ทำจากไก่ชุบแป้งทอด ในตอนนั้น ก็เลยนึกได้ว่า ทำซุปที่มีรสเนื้อไก่ดีกว่า ในตอนหลัง คุณอันโดพูดว่า &#8220;ไม่มีประเทศใดในโลกนี้ที่ไม่รับประทานไก่ ดังนั้นคนทั่วโลกคงจะยอมรับบะหมี่รสไก่&#8221;</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/004.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-14" title="004" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/004.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ด้วยเหตุนี้ ในปี 2501 &#8220;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสไก่&#8221; ที่เป็นบรรพบุรุษของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา ในตอนนั้น เราเรียกบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูปที่เติมน้ำร้อนแล้วรับประทานได้ทันทีกันว่า &#8220;บะหมี่มหัศจรรย์&#8221; &#8220;ปรุงได้ง่าย&#8221; &#8220;เก็บได้ที่อุณหภูมิปกติ&#8221; &#8220;ราคาประหยัด&#8221; &#8220;ปลอดภัยและถูกหลักอนามัย&#8221; ยิ่งไปกว่านั้นยัง &#8220;อร่อยมาก&#8221; นี่คือความ &#8220;มหัศจรรย์&#8221; ของบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูป เล่ากันว่า ผู้คนทั่วโลกต่างนิยม &#8220;บะหมี่มหัศจรรย์&#8221; ที่คุณอันโดประดิษฐ์ขึ้นมา เป็นสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ 20 ที่เปลี่ยนแปลงอาหารของโลกเสียทีเดียว</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ติดตามเส้นทางของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป</h2>
<p>เมื่อออกจากศาลาวิจัย ก็เดินไปตามผนังนิทรรศการสีขาวที่ขยายความยาวออกทางซ้ายมือ นิทรรศการนี้แสดงถึงประวัติพัฒนาการของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ใช้รูป ภาพถ่าย เครื่องมือที่ใช้งานจริงและสิ่งอื่นๆ ว่าตั้งแต่คุณอันโดประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว ได้เผยแพร่และทำให้คนทั้งโลกรับประทานกันได้อย่างไร</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>การกำเนิดของบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูป</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/005.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-15" title="005" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/005.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ในตอนแรก มาดูกันว่าทำไมต้องเป็น &#8220;บะหมี่ (ราเมน)&#8221; จอภาพที่ผนังแสดงสภาพของเมืองหลังสงครามโลก คุณอันโดคงจะเห็นแถวผู้คนเข้าคิวกันยาวไม่น้อยกว่า 20 เมตร ที่ร้านราเมนแห่งหนึ่งในตลาดมืดของโอซากา ในตอนกลางคืนในฤดูหนาว หลังจากสงครามจบไปไม่นาน คงจะคิดว่า &#8230;. อากาศหนาวเช่นนี้ และคนช่างใช้ความพยายามเหลือเกินเพื่อจะรับประทานราเมนสักชาม ผู้คนช่างเอาใจใส่ &#8220;อาหารการกิน&#8221; กันมาก &#8230;. ความรู้สึกจากสภาพที่แท้จริงเช่นนี้เชื่อมโยงสู่การพัฒนาบะหมี่สำเร็จรูปได้ทีเดียว</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ไปสู่การผลิตบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูปในเชิงอุตสาหกรรม</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/006.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-16" title="006" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/006.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ดูเหมือนว่า ในตอนแรก คนในครอบครัวเท่านั้นที่ช่วยกันผลิตบะหมี่ไก่สำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นมา ภรรยาเป็นคนปรุงซุป ส่วนลูกๆ ช่วยบรรจุลงซอง ทุกคนร่วมกันบรรจุลงในลัง และเข็นออกไปขายวันต่อวัน ในวันหนึ่ง บะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นสิ่งติดอกติดใจของแม่บ้าน ในมหกรรมอาหารชวนชิมที่จัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองโอซากา！ เล่ากันว่า กลายเป็นสินค้าที่ขายดีอย่างเทน้ำเทท่า เพราะว่า แค่มีน้ำร้อนก็พอ คุณอันโดรู้สึกท้าทาย จึงคิดว่าจะให้คนทั่วประเทศได้รับประทาบะหมี่ชนิดนี้ แล้วจึงก่อสร้างโรงงานเพื่อผลิตแบบแมสโปรหรือแบบโรงงาน ด้วยระบบการผลิตอัตโนมัติแบบครบวงจร</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>กำเนิดบะหมี่ถ้วย</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/007.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-17" title="007" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/007.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>คุณอันโดเดินทางไปสำรวจตลาดในสหรัฐอเมริกาโดยพกพาเอาบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูปไปด้วย เพื่อจะขยายตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปทั่วโลก แน่ละ คนอเมริกาก็ให้ความสนใจอย่างมากมาย แต่ที่นี่กลับพบขวากหนามที่ใหญ่หลวง ชาวอเมริกาแทบไม่ใช้ตะเกียบหรือถ้วยบะหมี่ หากแต่คนอเมริกาที่ซื้อบะหมี่ได้แกะซองเอาบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูปใส่ในถ้วยกระดาษ เติมน้ำร้อน และรับประทานโดยใช้ซ่อม ในจุดนี้คุณอันโดได้ความคิดใหม่ขึ้นมา คือ &#8220;ก๋วยเตี๋ยวถ้วย&#8221; นั่นเอง! ต่อมาในปี 2514 ก็บังเกิด &#8220;บะหมี่ถ้วย&#8221; ขึ้น สินค้านี้เป็น &#8220;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชั้นยอด&#8221; ที่ต้องการแค่ &#8220;น้ำร้อน&#8221; อย่างแท้จริง<br />
นอกจากนี้ ยังสะท้อนความคิดของคุณอันโดไว้ในอีกหลายๆ จุด ตัวอย่างเช่น &#8220;โครงสร้างชั้นลอย&#8221; ที่รองรับเส้นบะหมี่ให้อยู่กลางถ้วย เพราะบะหมี่แนบสนิทกับถ้วย เมื่อขนส่ง บะหมี่ไม่แตกหัก และเมื่อเติมน้ำร้อน น้ำจะไหลไปทางด้านล่างของบะหมี่ ทำให้บะหมี่คืนรูปได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ได้ความคิดเรื่องฝาที่เป็นแผ่นฟิล์มมาจากที่ใส่ถั่วมาคาเดเมียที่แจกกันเมื่ออยู่ในเครื่องบิน กล่าวคือ เน้นการพัฒนาใหม่มาจนถึงจุดที่เล็กน้อย</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>โลกของอาหารการกิน</h2>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นอาหารที่รับประทานกันได้แม้ในต่างประเทศ เมื่อชมนิทรรศการในตอนต่อไป ก็เข้าใจได้ทันทีว่า สินค้าชนิดนี้ขยายตลาดไปทั่วโลกได้ในระดับไหน แผนที่โลกขนาดใหญ่ที่ติดไว้ที่ผนังแสดงเครื่องหมายของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสีแดง ที่แยกระดับการบริโภคไว้ในแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่น อังกฤษ 2.6 ไนจีเรีย 14 เวียดนาม 39.1 สหรัฐฯ 43.2 จีน 451.7 &#8230;. เอ้อ หน่วยเป็นร้อยล้านมื้อเชียวนะ</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/008.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-18" title="008" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/008.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>และยังแสดงบะหมี่ถ้วยในส่วนต่างๆ ของโลกเอาไว้ด้วย ดูเหมือนว่า มีการผลิตไปตามวัฒนธรรม รสนิยมและความต้องการของแต่ละประเทศ เช่นแบบรสมะเขือเทศ แบบข้าวต้มโจ๊ก แบบเต็มไปด้วยผัก แบบเผ็ดพริกขี้หนู เป็นต้น วาว&#8230; ฉันเคยรับประทานบะหมี่รสต้มยำกุ้งแบบไทยอีกด้วย อร่อยมาก เพราะมีรสเผ็ดๆ เปรี้ยวๆ ถึงใจ</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปท่องอวกาศ</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/009.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-19" title="009" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/009.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2548 มีการปล่อยกระสวยอวกาศ ดิสคอเวอรี่ได้สำเร็จ นอกจากนักบินอวกาศญี่ปุ่นคือคุณโซอิชิ โนกุฉิแล้ว &#8220;สเปสแรม&#8221; หรือบะหมี่อวกาศรุ่นแรกของโลกก็ได้ออกเดินทางไปพร้อมกันด้วย ซุปประกอบด้วยซุปรสโชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) รสมิโซ รสแกงกะหรี่ และรสโทนคัตสุ รวม 4 ชนิด มีการผลิตเป็นพิเศษเพื่อให้บะหมี่คืนรูปได้ที่จุดเดือด 70 องศาเซลเซียสในอวกาศ กล่าวกันว่า สภาพไร้น้ำหนักทำให้รสก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หากแต่บะหมี่ชุดนั้นให้รสชาติที่เหมือนอยู่บนพื้นโลก จนคุณโนกุฉิพูดว่า อร่อย &#8220;อย่างน่าประหลาดใจ&#8221; ทีเดียว เรามองเห็นว่า คุณโนกุฉินที่รับประทานบะหมี่อย่างน่าเอร็ดอร่อยในกระสวยอวกาศนั้น มีความสุขมากมายสักเพียงใด เมื่อกลับมาที่พื้นโลก คุณโนกุฉิได้มาที่นี่พร้อมกับภาพ &#8220;อาคารที่ระลึก&#8221; (บริเวณนี้) ที่ถ่ายมาจากอวกาศอีกด้วย เอ พวกเราไม่เห็นรูปทรงของอาคารที่ระลึกแห่งนี้อย่างชัดเจนนัก แต่มีลูกศรที่แสดงว่า &#8220;ตรงนี้แหละ&#8221; ขอได้โปรดเพ่งสายตามองกันเองแล้วกันนะครับ！<br />
เอาละ นิทรรศการยังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมาย เช่น &#8220;โรงละครบะหมี่ถ้วย (คัปนูดเดิ้ลดรามาเธียร์เตอร์)&#8221; ที่เป็นการ์ตูนและปรากฏภาพคุณอันโด หรือ &#8220;ตารางมหัศจรรย์&#8221; ที่สนุกกับปริศนาเกี่ยวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น ดูเหมือนว่า พวกเด็กๆ หันหน้าเข้าหาหน้าจอ และช่วยกันหาคำตอบกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียดทีเดียว คงมีความรู้สึกว่า &#8220;ฉันก็เป็น ดร. บะหมี่กับเขาด้วยคนหนึ่ง&#8221; กระมัง<br />
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ลองไปชม &#8220;เส้นทางชีวิตของคุณโมโมฟุคุ อันโด&#8221; ที่มีภาพถ่าย เหรียญตรา ตลอดจนลายมือเขียนบันทึกความรู้สึกเมื่อต้นปีของคุณอันโด เป็นต้น สามารถชม &#8220;บันทึกโมโมฟุคุ&#8221; ที่เขียนสุภาษิตสำคัญต่างๆ ไว้มากมาย เช่น &#8220;โชคุโซคุเซเฮย&#8211;โลกนี้มีแต่สันติภาพถ้ามีอาหารเพียงพอ&#8221; หรือวารสารไทม์ฉบับเอเชียพิเศษ &#8220;วีรบุรุษเอเชียในรอบ 60 ปี&#8221; ที่รวบรวมข่าวเกี่ยวกับคุณอันโด ในฐานะคนกล้าหาญคนหนึ่งแห่งเอเชียเอาไว้</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>สิ่งของมีชื่อของอาคารที่ระลึก！<br />
โรงงานบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปของฉันกับครัวประสบการณ์การผลิตบะหมี่ไก่</h2>
<p>เอาละ เรามาถึงกิจกรรมหลักของวันนี้ คือทดลองผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันด้วยตัวเอง！ เป็นมุมที่น่าลอง มี &#8220;โรงงานบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปของฉัน&#8221; ที่เลือกซุปกับวัตถุดิบที่ชอบใจเอาเอง กับ &#8220;ครัวประสบการณ์การผลิตบะหมี่ไก่&#8221; โดยใช้แป้งสาลีเพื่อทำให้เป็นบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูปด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราเอง กำลังคึกครื้นกันทั้งสองทาง เอาละ เริ่มต้นได้！</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>โรงงานบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปของฉัน</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/010.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-20" title="010" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/010.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ในตอนแรก ไปที่ &#8220;โรงงานบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปของฉัน&#8221; ซึ่งอยู่ทางด้านในของอาคารที่ระลึก กลุ่มเด็กหนุ่มสาว คู่รัก พ่อแม่ลูกและคนอื่นๆ กำลังเล่นสนุกกันอย่างเต็มที่ทีเดียว นอกจากนี้ ยังเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากแดนไกลในเอเชียอีกด้วย เช่นกลุ่มคนจีนเป็นต้น ที่นี่เป็นมุมที่ผลิตบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปเฉพาะตนเองได้ โดยเลือกซุปหรือเครื่องปรุงที่เราชอบ หรือเขียนภาพที่ชอบใจลงบนถ้วยบะหมี่ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นต้น เริ่มจากการตรวจดูลำดับการทำที่ติดไว้บนผนัง เอาละลงมือกันได้เลย！</p>
<p>ในตอนแรก ฉันไปซื้อ &#8220;ถ้วย&#8221; มาจากเครื่องขายแบบหยอดเหรียญ ถ้วยราคาใบละ 300 เยน เอาละ ซื้อมาตามที่แต่ละคนต้องการได้เลย สตรีที่อยู่ข้างหลังซื้อมาแล้วถึง 3 ใบ เมื่อได้ถ้วยมาแล้ว ก่อนอื่นก็ล้างมือให้สะอาด อืม เข้าที เรื่องอาหารนั้น ต้องถูกหลักอนามัยเสียก่อน</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/011.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-21" title="011" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/011.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ต่อมา ใช้ปากกาสีเมจิกมาออกแบบเป็นรูปอิสระได้ที่ส่วนว่างสีขาว ในตอนกลางของถ้วย เมื่อแอบมองคนข้างๆ บางคนระบายสีเป็นดอกไม้สวยงาม บางคนระบายเป็น &#8220;ฮิโยโกะจัง&#8221; หรือโลโก้ของบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูป บางคนระบายเป็นรูปสัตว์ประหลาดที่ดูไม่เข้าใจ &#8230;. เอ้า แล้วฉันจะวาดรูปอะไรดีนะ มั่นใจตัวเองมาก แม้จะไม่มีพรสวรรค์ในการวาดเขียนก็ตาม หลังจากครุ่นคิดไปมาหลายตลบ จึงจับปากกาหมึกเขียว แล้วบรรจงเขียนตัวโตๆ ว่า &#8220;โอยชี่ (อร่อย)&#8221; แน่ละ มันอร่อย ไม่มีปัญหา แต่อดประหลาดใจไม่ได้ถึงรสนิยมที่เห่ยๆ ของตนเอง</p>
<p>จับเอาถ้วยไปยังเคาน์เตอร์อย่างไม่รู้สึกกระมิดกระเมี้ยน และแล้ว พี่สาวคนสวยที่อยู่ด้านในก็หัวเราะลั่นแล้วเติมบะหมี่ให้จนเต็ม แต่ตนเองเป็นคนบังคับเครื่องกลไก เมื่อหมุนคันง้างข้างหน้าตามเข็มนาฬิกา 6 รอบ บะหมี่จะถูกติดตั้งให้ในถ้วยเช่นเดียวกับโครงสร้างชั้นบะหมี่ในป้ายนิทรรศการที่แสดงมาแล้ว</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/012.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-22" title="012" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/012.jpg" alt="" width="100" height="150" /></a>ต่อมา ถึงเวลาเลือกซุป เลือกได้ 1 ชนิดจาก 4 ชนิด คือธรรมดา (โชยุ) รวมมิตรทะเล แกงกะหรี่ และเกลือ&#8230;โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงชอบชนิดรวมมิตรทะเลหรือเกลือ ผู้ชายชอบชนิดธรรมดาหรือแกงกะหรี่ วันนี้ ฉันเลือกชนิดธรรมดา หรือทางเลือกที่มั่นใจที่สุด ทั้งๆ นี้ เจ้าหน้าแนะนำว่า &#8220;แกงกะหรี่รสเข้มข้น มีชีสผสมอยู่มากจนสะใจ&#8221; ซึ่งเป็นชนิดที่น่าสนใจเหมือนกัน</p>
<p style="margin-top: 3em;"><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/013.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-23" title="013" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/013.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>เอาละ ถึงเวลาเลือกเครื่องปรุง สามารถเลือกได้ 4 ชนิดจากกุ้งทอดอบแห้ง ปู หมูย่าง ชีส ข้าวโพดและสิ่งอื่นๆ รวม 12 ชนิด ไหนๆ ก็ได้โอกาสแล้ว จึงเลือกตัวฮิโยโกะจัง การ์ตูนนารุโตะ ซึ่งเป็นสินค้าไม่วางขาย เนื้อไก่ย่างถ่านไม้ที่มีขายเฉพาะเดือนนี้ หน่อไม้ฝรั่ง และไข่ สนุกทีเดียว เมื่อเลือกวัตถุดิบขณะที่จินตนาการถึงรสชาติไปด้วย และแล้วปิดฝา ห่อด้วยแผ่นฟิล์ม ในตอนสุดท้ายก็ปิด &#8220;บะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปของฉัน&#8221; ด้วยสุญญากาศ จนเสร็จ&#8230;.. คงไม่แย่เกินไป แม้จะทำเองและชมเสียเอง การออกแบบ &#8220;ที่อร่อย&#8221; น่าจะอร่อยแน่ๆ</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/014.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-24" title="014" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/014.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ยังไงๆ ก็มีวัตถุดิบให้เลือกมากมาย จริงๆ แล้ว มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญถึง 100 คน ร่วมกันวิจัยทางด้านนี้กันหามรุ่งหามค่ำ ตัวอย่างเช่น รสหมูย่าง (ชาชู) ที่เราคุ้นเคยกันดี เมื่อ 10 ปีก่อนมีความหนา 1.5 มม. แต่ในตอนนี้กลายเป็นลูกบาศก์ที่หนา 11 มม. เล่ากันว่า เมื่อปรับปรุงอุณหภูมิหรือเวลาต้มเคี่ยวเนื้อดิบ เวลาอบแห้งหรือสิ่งอื่นๆ กันหลายครั้งแล้ว ทำให้ผลิตเนื้อหมูย่างได้หนากว่า 1 ซม. เป็นผลจากความปรารถนาที่ไม่ลดละว่า &#8220;ถ้าไม่มีชาชู ก็ไม่มีบะหมี่ที่แท้จริง&#8221; อันนี้ก็น่าจะสืบทอดมาจากพันธุกรรมของคุณอันโดเป็นแน่แท้</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/015.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-25" title="015" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/015.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ฉันรู้สึกหิวขึ้นมาในขณะที่กำลังผลิตบะหมี่อยู่เชียว！ เพราะว่า เข้าไปในห้องลองชิมกันได้แล้วนี่นา ห้องนี้มีเครื่องขายแบบหยอดเหรียญ สามารถรับประทานได้ทั้งบะหมี่แปลกๆ ประจำท้องที่ตั้งแต่ภูมิภาคโทโฮคุ ภูมิภาคโอกินาวา หรือบะหมี่จำกัดเฉพาะเที่ยวบินชั้นธุรกิจ (การ์ตูนนารุโตกลายเป็นรูปเครื่องบิน) เป็นต้น แล้วยังน่าจะลองชิมอุด้งที่เล่ากันว่า รสชาติของน้ำซุปที่ญี่ปุ่นตอนเหนือกับญี่ปุ่นตอนใต้นั้นไม่เหมือนกัน รับประทานให้สนุกขณะชมสวนกลางอาคาร และนึกย้อนกลับไปถึงความยากลำบากและการคิดค้นต่างๆ ที่ได้ชมมาแล้ว (แต่ว่า รับประทานบะหมี่จากโรงงานบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปของฉัน/ครัวประสบการณ์การผลิตบะหมี่ไก่ที่ห้องนี้ไม่ได้)</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>ครัวประสบการณ์การผลิตบะหมี่ไก่</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/016.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-26" title="016" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/016.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>เอาละ ตอนนี้เวลาบ่าย 2 โมง 25 นาที ถึงเวลาเข้าไปที่ &#8220;ครัวประสบการณ์การผลิตบะหมี่ไก่&#8221; ที่อยู่ที่ชั้น 2 เป็นห้องกว้างมาก คล้ายกับห้องเรียนวิธีปรุงอาหาร ทุกคนแยกกันนั่งที่โต๊ะหลายตัว คนที่นั่งด้วยกันกับฉันเป็นพยาบาล 4 ท่านมาจากเมืองเกียวโต เด็กชายชั้นประถมปีที่ 3 กับแม่ และชายสูงอายุ 2 คนที่บอกว่าเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ละคนต่างคาดผ้ากันเปื้อนกับผ้าโพกหัวที่ได้เตรียมกันมา แต่ทั้งหญิงและชาย ทั้งหนุ่มสาวและแก่เฒ่า ต่างโพกหัวด้วยผ้าลายฮิโยโกะจัง ก็ดูน่ารักดีไม่น้อย เมื่อฟังคำอธิบายได้คนละรอบแล้ว ต่างหันหน้าเข้าหาโต๊ะงานกันอย่างพร้อมเพรียง</p>
<p>ในตอนแรก เอาแป้งใส่ลงในกะละมัง (แป้งสาลี แป้งมัน หัววิตามินผสมกันอยู่แล้ว) ใช้ปลายนิ้วผสมให้เข้ากันโดยเร็ว แล้วเติมน้ำนวด (คันซุยหรือน้ำเกลือ) ค่อยๆ กลายเป็นก้อนแป้งนิ่มๆ โตๆ หลังจากนั้น นวดต่อๆๆ ไป นวดจนกลายเป็นก้อนที่มีขนาดกำหมัดของตัวเอง เจ้าหน้าที่ของอาคารที่ระลึกเร่งแบบน่ารักน่าชังว่า &#8220;นวดเร็วๆ หน่อย&#8221; หากแต่จริงๆ แล้วรู้สึกว่าเหนื่อยอยู่ไม่น้อย</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/017.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-27" title="017" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/017.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ต่อมา ใช้ไม้รูปทรงกระบอกมารีดแป้งให้เป็นแผ่นบะหมี่ดิบ ตอนนี้ก็ยากกว่าที่นึกไว้ หากไม่ใส่น้ำหนักตัวเองลงไปมากพอ ก็รีดไม่ได้ ก็เลยได้สัจธรรมอย่างหนึ่งว่า การทำบะหมี่นั้นต้องใช้พลังกายจำนวนมหาศาล เมื่อรีดจนได้ความหนา 1 ซม. ก็ใส่ลงในเครื่องทำเส้นบะหมี่ หมุนคันง้างหลายๆ รอบ กรีดเนื้อแป้งที่ไหลออกมาระหว่างลูกกลิ้งให้สม่ำเสมอ ไม่ได้หมุนแค่ 1 หรือ 2 รอบ แต่ต้องหมุนประมาณ 10 รอบเชียวหละ ฉันเคยคิดว่า ถ้าจะผลิตเส้นอุด้งแล้ว ต้องลุกขึ้นเหยียบด้วยเท้าหรือโยกด้วยสะเอว แต่กระบวนการในตอนนี้ก็คล้ายคลึงกัน เมื่อยแขนขวาขึ้นมาแล้วซี หน้าผากก็เต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโตๆ</p>
<p>วางแป้งดิบให้พักที่ตรงนี้ไว้สักชั่วครู่หนึ่ง ในช่วงนี้ หันมาออกแบบบรรจุภัณฑ์กันอีกครั้งหนึ่ง คิดว่า ในตอนนี้ฉันต้องออกแบบให้แจ๋วไปเลย &#8230;.. แต่สิ่งที่เขียนได้มีเพียงคำว่า &#8220;ทำได้แล้ว&#8221; ลงบนถ้วยใส่บะหมี่ที่บรรจุน้ำร้อนเอาไว้ แค่นั้นเอง เฮ้อ อะไรๆ ก็น่าเสียใจ</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/018.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-28" title="018" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/018.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>เมื่อรอให้บ่มชั่วครู่หนึ่งแล้ว ก็หันกลับมาที่เครื่องทำเส้นบะหมี่ ในตอนสุดท้าย รีดจนหนา 0.7 มม. ยาวประมาณ 2 เมตรทีเดียว ต่อไป หั่นบะหมี่ให้เป็นเส้นเล็กๆ ใช้ที่ตัดของเครื่องทำเส้นบะหมี่ มาหั่นบะหมี่จนเป็นเส้นคล้ายกับแส้ จับมารวบกันไว้ และใช้กรรไกรตัดออกให้สั้น ได้ความยาวประมาณ 20 ซม. คิดว่า ความยาวแค่นี้น่าจะพอดีที่จะซด ดูดและกลืนบะหมี่ได้อย่างคล่องคอ แล้วจึงชั่งให้ได้น้ำหนัก 100 กรัม แบ่งเป็นก้อนละมื้อ</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/019.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-29" title="019" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/019.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>เอาละ กลายเป็นเส้นบะหมี่เสียที กลับมาเขียนรูปต่อในตอนที่เจ้าหน้าที่ของอาคารที่ระลึกนำไปนึ่งเส้นบะหมี่ให้ ยังไงๆ ก็เป็นช่วงเวลาที่สู้รบปรบมือกับบรรจุภัณฑ์ของบะหมี่แล้วซี ผลงานของเด็กชั้นประถมที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกัน เป็นข้อความที่เขียนเน้นว่า &#8220;3 นาทีในน้ำร้อน 1 นาทีในหม้อต้ม สำเร็จออกมาเป็นบะหมี่ไก่สำเร็จรูป&#8221; น่าชื่นชม เป็นฝีมือการเขียนลายเส้นปากกาที่รสนิยมดีทีเดียว คุณพยาบาลที่นั่งข้างๆ กำลังท้าทายกับการเอาฮิโยโกะจังมาอาบน้ำหรือทำเป็นลูกบอลหิมะหรือสโนว์บอลล์ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยสีสันและสนุกสนาน ฉันก็ไม่ยอมแพ้ เพราะเพิ่มแถบสีแสดลงบนบรรจุภัณฑ์ของตัวเอง</p>
<p>ระหว่างที่ทำเช่นนี้ นึ่งบะหมี่จนสุกแล้ว จึงไปขอใช้ทัพพีตักและเติมซุปมา บรรจงใช้นิ้วเขี่ยบะหมี่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของอาคารที่ระลึกแนะนำว่า &#8220;เขี่ยเร็วๆ ผสมให้ได้เร็วๆ&#8221; พอบอกว่า &#8220;เขี่ยให้ลุ่ยออกหมด ขยี้ให้น้ำซุปเข้าจนถึงเนื้อบะหมี่&#8221; ทุกคนนิ่งเงียบ เอาแต่กุลีกุจอจัดการกับเส้นบะหมี่ของตนเอง</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/020.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-30" title="020" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/020.jpg" alt="" width="100" height="150" /></a>และแล้ว ใส่บะหมี่ที่ได้ลงในแม่พิมพ์ หย่อนลงในกระทะที่มีน้ำมันอุณหภูมิสูงถึง 160 องศาเซลเซียส อันนี้เป็นงานที่ยุ่งยากและมีอันตราย เจ้าหน้าที่ของอาคารที่ระลึกจึงทำให้แทนที่พวกเราทุกๆ คน บะหมี่ส่งเสียงซู่ซ่า กลายเป็นสีน้ำตาลในน้ำมันที่ร้อนจัด นี่คือ &#8220;วิธีทอดและอบแห้งทันที&#8221; ที่ใช้กันมาตั้งแต่คุณอันโดได้ประดิษฐ์ขึ้นในตอนแรก ดูท่าทางมีพลัง เมื่อมองกันแบบตรงไปตรงมา เอาละ ทำได้เสร็จแล้ว พนักงานของอาคารที่ระลึกบรรจุบะหมี่ที่สุกแล้วเข้ากับบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเมื่อครู่ เป็นอันเสร็จพิธี แถบสีแสด ดูๆ ก็เก๋ไม่เบาเชียวล่ะ</p>
<p style="margin-top: 3em;">เหลียวมองนาฬิกา เวลาผ่านไปแล้ว 90 นาที ชั่วประเดี๋ยวประด๋าวจริงๆ สนุกไม่เบาเลยนะ จากแป้งผงธรรมดาๆ ค่อยๆ เปลี่ยนรูป จนกลายเป็นบะหมี่ที่รับประทานได้ คุณพยาบาลคนสวยที่นั่งข้างๆ ก็พูดกันว่า &#8220;สนุกจริงๆ ค่ะ&#8221; &#8220;ตื่นเต้น เพราะได้ลองทำเอง&#8221; และ&#8221;เวลารับประทานก็ง่าย แต่พอทำดูแล้วยากจริงๆ ค่ะ&#8221; ฉันเห็นด้วยทุกประการ </p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/021.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-31" title="021" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/021.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>สำหรับครัวประสบการณ์การผลิตบะหมี่ไก่แห่งนี้ จะต้องจองล่วงหน้า ค่าร่วมกิจกรรม 500 เยน ตั้งแต่นักเรียนมัธยมขึ้นไปจนถึงผู้ใหญ่ และ 300 เยน สำหรับนักเรียนชั้นประถม นักเรียนประถมต้องอยู่ชั้นประถม 3 ขึ้นไป ถ้าอยู่ชั้นต่ำกว่านี้ ต้องมีครูหรือผู้ปกครองคอยช่วยเหลือในการปฏิบัติงาน</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>อุโมงค์เวลาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป</h2>
<p>ในตอนสุดท้าย เดินทางทะลุผ่านอุโมงค์เวลาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยในมือก็ถือ &#8220;บะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูปของฉัน&#8221; แบบไม่เหมือนใคร และ &#8220;บะหมี่ไก่&#8221; ที่ผลิตเองไว้อีกด้วย  เป็น &#8220;อุโมงค์เวลาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&#8221; ที่แสดงไว้ตามลำดับปี เริ่มต้นจากสินค้า &#8220;บะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูป&#8221; ชิ้นที่ 1 ในปี 2501 จนถึงบรรจุภัณฑ์สินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นิชชินฟูดส์วางจำหน่ายอยู่จนถึงปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์มีอยู่มากมายประมาณ 800 ชนิด สามารถเข้าใจได้อย่างดีว่า ตั้งแต่วางจำหน่ายบะหมี่ไก่กึ่งสำเร็จรูปจนหลายปีให้หลังนั้น มีสินค้ารสแกงกะหรี่หรือยาคิโซบะและสินค้าอื่นๆ ขึ้นมาอีกด้วย</p>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/022.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignright size-full wp-image-32" title="022" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/022.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ผู้ชายหยุดชะงักดูที่บะหมี่ถ้วยสำเร็จรูปในปี 2514 คงจะนึกถึงสมัยที่ตัวเองยังเล็กอยู่ เมื่อมองดูความเปลี่ยนแปลงของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเช่นนี้ ก็เหมือนกับท่องเที่ยวผ่านเครื่องจักรกลย้อนเวลากันทีเดียว เมื่อวางจำหน่าย &#8220;ยาคิโซบะจานบิน (UFO)&#8221; นักร้องกลุ่มพิงค์เลดี้ยอดฮิตสมัยนั้นเต้นไปรอไป 3 นาที (แหม คงเดาอายุของคนเขียนได้ละซี&#8230;.. ฮิฮิ) หรือรับประทานเมื่ออ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้พูดได้ว่า บะหมี่เป็นเหมือนกับจดหมายเหตุของชีวิตเสียทีเดียว</p>
<p>ใกล้ๆ ปากทางออกของอุโมงค์ เป็นบะหมี่ในระยะปัจจุบัน มีการสะท้อนถึงความจำเป็นของยุคสมัย เช่นวางจำหน่ายถ้วยบะหมี่ที่ใช้งานได้หลายครั้ง เป็นต้น นี่คือบะหมี่กึ่งสำเร็จที่ซึมซาบเข้าไปในชีวิตของผู้คน ทำให้รู้สึกว่ายุคสมัยก็สาวเท้าและไล่ล่าพวกเรากันไปด้วย</p>
<p style="margin-top:2em;">
<h2>อิเคดะ ซึ่งเป็นที่เกิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น<br />
สามารถสนุกกับ &#8220;เส้นทางสายประวัติศาสตร์&#8221;<br />
ได้ไม่น้อยทีเดียว</h2>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/023.jpg" rel="lightbox[8]"><img class="alignleft size-full wp-image-33" title="023" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/05/023.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>เมืองอิเคดะ ที่อยู่ทางเหนือของเมืองโอซากานั้น พัฒนามาจากเมืองศูนย์กลางการกระจายสินค้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ เล่ากันว่า ถนนโบราณ &#8220;โนเซไคโด&#8221; ที่ผ่านในแนวเหนือใต้ของเมือง เชื่อมโยงเมืองใหญ่คือโอซากา กับโมเซและทันบะที่อยู่ลึกเข้าไป หรือเมืองในกำกับของโอซากา มีผู้คนจอแจเพราะลำเลียงไม้แปรรูป เสื้อผ้า สุราและสินค้าต่างๆ ไปมา จากทัศนียภาพของเมืองโบราณ ยังมีโกดังที่เก็บของยี่ห้อสุรามีชื่อ &#8220;โกจุน&#8221; หรือ &#8220;มิโดริอิชิ&#8221; ทำให้นึกถึงชื่อเสียงอันเลื่องลือในสมัยก่อน ที่พิพิธภัณฑ์การละเล่นหลุดคำหรือราคุโงะ &#8220;ราคุโงะมิวเซียม&#8221; นั้น สามารถจินตนาการถึงเมืองอิเคดะในสมัยเอโดะได้จากศิลปะเล่นหลุดคำระดับขุนนางที่นำเอาอิเคดะเป็นสถานที่และเป็นตัวเอก เช่น &#8220;อุชิโฮเมะ&#8221; หรือ &#8220;อิเคดะโนอิโนชิชิไง&#8221;  เดิมเรียกตัวเมืองอิเคดะกันว่า &#8220;เมืองหลวงทางเหนือ&#8221; ยังขอแนะนำให้ขึ้นไปชมตัวเมืองมาจาก &#8220;อุทยานประวัติศาสตร์อิเคดะ&#8221; ที่อยู่บนเนินเขาเล็กๆ อีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?feed=rss2&#038;p=8</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>*Osaka Workmanship*</title>
		<link>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=1</link>
		<comments>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=1#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Apr 2011 09:30:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mono</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[จากมุมมองของนักปีนเขา　การผลิตสินค้าของ MontBell เมื่อไม่กี่ปีมานี้คงมีคนไม่น้อยที่เคยได้ยินคำว่า &#8220;Yama girl&#8221; (ผู้หญิงที่ชอบการปีนเขา) สมัยก่อน พอพูดถึง &#8220;ภูเขา&#8221; ก็มักหมายถึงโลกของผู้ชาย แต่เดี๋ยวนี้ความคิดดังกล่าวกลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว นั่นเพราะนับตั้งแต่มีการจัดงานประเภทเทศกาลดนตรีกลางแจ้งฯลฯ ก็เกิดมีคนรุ่นหนุ่มสาวที่สวมใส่เสื้อผ้าเอาท์ดอร์แบบเก๋ ๆ สีสันสดใสและดื่มด่ำกับธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น แต่แน่นอนว่า การปีนเขายังเป็นที่นิยมในหมู่คนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ อาจเพราะต้องการผ่อนคลายจิตใจอันเหนื่อยล้าจากสังคมปัจจุบัน 　　more・・・ โรงกลั่นวิสกี้ Suntory Yamazaki ถ้าพูดถึงโอซากา ก็เป็นดินแดนที่พรั่งพร้อมไปด้วย &#8220;การประดิดประดอยอย่างพิถีพิถัน&#8221; แต่ว่า คนที่ไม่รู้ก็ยังมีอยู่อีกมาก แทบไม่น่าเชื่อ สิ่งที่ &#8220;ถือกำเนิดที่โอซากา&#8221; ก็มีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือลิตเติ้ลเคอรี่ ที่พวกเรารู้จักกันอย่างดีเยี่ยม ก็เกิดที่โอซากานั่นไง หรือพูดถึงวิทยุ โทรทัศน์ นั่นก็ใช่เลย ในปัจจุบัน &#8230; <a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=1">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin-top: 2em;">
<h3>จากมุมมองของนักปีนเขา　การผลิตสินค้าของ MontBell</h3>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/montbell/th/"><img class="alignleft size-full wp-image-60" title="SWintro" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/th-montbell.jpg" alt="การผลิตสินค้าของ MontBell" width="150" height="100" /></a><br />
เมื่อไม่กี่ปีมานี้คงมีคนไม่น้อยที่เคยได้ยินคำว่า &#8220;Yama girl&#8221; (ผู้หญิงที่ชอบการปีนเขา) สมัยก่อน พอพูดถึง &#8220;ภูเขา&#8221; ก็มักหมายถึงโลกของผู้ชาย แต่เดี๋ยวนี้ความคิดดังกล่าวกลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว นั่นเพราะนับตั้งแต่มีการจัดงานประเภทเทศกาลดนตรีกลางแจ้งฯลฯ ก็เกิดมีคนรุ่นหนุ่มสาวที่สวมใส่เสื้อผ้าเอาท์ดอร์แบบเก๋ ๆ สีสันสดใสและดื่มด่ำกับธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น แต่แน่นอนว่า การปีนเขายังเป็นที่นิยมในหมู่คนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ อาจเพราะต้องการผ่อนคลายจิตใจอันเหนื่อยล้าจากสังคมปัจจุบัน 　　<a href="http://www.osaka-info.jp/montbell/th/">more・・・</a></p>
<p style="margin-top: 2em;">
<img class="aligncenter size-full wp-image-116" title="line" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/04/line.gif" alt="" width="550" height="1" /></p>
<p style="margin-top: 2em;">
<h3>โรงกลั่นวิสกี้ Suntory Yamazaki</h3>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=65 "><img class="alignleft size-full wp-image-60" title="SWintro" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/04/SWintro.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a>ถ้าพูดถึงโอซากา ก็เป็นดินแดนที่พรั่งพร้อมไปด้วย &#8220;การประดิดประดอยอย่างพิถีพิถัน&#8221; แต่ว่า คนที่ไม่รู้ก็ยังมีอยู่อีกมาก แทบไม่น่าเชื่อ สิ่งที่ &#8220;ถือกำเนิดที่โอซากา&#8221; ก็มีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือลิตเติ้ลเคอรี่ ที่พวกเรารู้จักกันอย่างดีเยี่ยม ก็เกิดที่โอซากานั่นไง หรือพูดถึงวิทยุ โทรทัศน์ นั่นก็ใช่เลย ในปัจจุบัน ยังมีการผลิตสิ่งใหม่ๆ อยู่ทุกวัน เช่นจากสายงานที่กว้างขวางพวกหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ ดังนั้น ในตอนนี้เราขออนุญาตแนะนำโอซากาเป็นครั้งแรก อันเนื่องมาจากมุมมองด้าน &#8220;การประดิดประดอยอย่างพิถีพิถัน&#8221;　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　<a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=65 ">more・・・</a></p>
<p style="margin-top: 2em;">
<img class="aligncenter size-full wp-image-116" title="line" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/04/line.gif" alt="" width="550" height="1" /></p>
<p style="margin-top: 2em;">
<h3>ไปที่อาคารที่ระลึก<br />
การประดิษฐ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันดีกว่า！</h3>
<p><a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=8"><img class="alignleft size-full wp-image-61" title="IRintro" src="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/wp-content/uploads/2011/04/IRintro.jpg" alt="" width="150" height="100" /></a></p>
<p>และความเป็นยอดนิยมนั้น ไม่ได้พบเฉพาะแต่ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อพูดถึงปริมาณบริโภคทั่วโลกในแต่ละปี จะมากถึง 93,600 ล้านมื้อ (จากผลสำรวจเดียวกัน) หรือตัวเลขจำนวนมหาศาลทีเดียว แม้จะเป็นปริมาณที่จินตนาการได้ยาก แต่ดูเหมือนว่าจะกินกันทั่วโลก จึงคงอยากจะพูดว่า &#8220;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารของชาวโลก&#8221; อีกด้วย ในตอนนี้ นักบินอวกาศเองก็ใช้เป็นเสบียงเมื่อ &#8220;ท่องไปในอวกาศ&#8221; กันอีกด้วย สำหรับที่บ้านของฉันเอง ได้เตรียมไว้เป็นอาหารสำรองอย่างน้อย 5 มื้อเสมอ เมื่อกลับมาดึกๆ หรือในวันที่กระเป๋าแฟบ ก็พึ่งพาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่เพียงอย่างเดียวอยู่บ่อยๆ เราคงสงสัยกันว่า ใครคิดค้นอาหารยอดนิยมเช่นนี้ขึ้นมา　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　　<a href="http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?p=8">more・・・</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.osaka-info.jp/th/mono/blog/?feed=rss2&#038;p=1</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
