รุ่งอรุณของโอซาก้าซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น"ครัวของประเทศ" เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ ตลาดกลางโอซาก้า (Osaka Chuo Oroshi-uri Ichiba) เป็นที่ๆปลาสด ผัก ผลไม้และสินค้าต่างๆจากในและนอกประเทศถูกส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาประมูลขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ตลาดแห่งนี้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1931 นับเป็นตลาดขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียในขณะนั้น ปัจจุบันนี้มีเนื้อที่ 320,000 ตารางเมตร นับเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทุกๆเช้าจะคึกคักไปด้วยพ่อค้าจากทั่วสารทิศ ที่ตลาดกลางนี้มีการจัดคอร์สสำหรับผู้ที่ต้องการชมตลาดเป็นประจำ ในแต่ละวันจะมีผู้คนสมัครมาขอชมล่วงหน้ากันไม่น้อยทีเดียว บางคนก็แวะมาเพียงแค่เดินดูรอบๆ แวะซื้อผลไม้ยกลังก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องกลับประเทศตอนเช้าก็มี อาจกล่าวได้ว่า ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของ "โอซาก้า ศูนย์กลางแห่งอาหารรสเลิศ" (Kuidaore Osaka) ก็ว่าได้ ลองไปเดินชมตลาด แวะดูพ่อค้าปลาชำแหละปลาทูน่าตัวเบ้อเริ่ม และหาซูชิอร่อยทานกันดีกว่า
ที่ตลาดขายส่งแห่งนี้ มีผู้คนคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งๆที่ยังไม่มีรถไฟหรือรถเมล์ออกวิ่ง ก่อนอื่น แนะนำให้แวะไปที่ห้องเย็นสำหรับเก็บปลาทูน่าหน้าลานจอดรถชั้นล่างของตลาด เพื่อดูพ่อค้าปลาคัดเลือกและประมูลปลากัน ห้องเย็นที่ว่าขนาดใหญ่ราวโรงยิมขนาดกว้าง ทุกเช้าจะมีปลาทูน่าทั้งสดและแช่แข็งมาตั้งเรียงรายบนพื้นของห้องเย็น ปลาทูน่าเหล่านี้ถูกส่งมาจากมหาสมุทรอินเดีย ไต้หวัน ออสเตรเลีย เสปน อาฟริกาใต้ ฯลฯ ทั่วโลก ตัวเล็กๆก็เกือบ 100 กิโล บางตัวใกล้ 300 กิโลทีเดียว ทุกเช้าเวลา 04.15 น. กระดิ่งกริ๊งๆจะดังขึ้นทั่วห้อง เป็นสัญญานเตือนว่าการประมูลปลาจะเริ่มขึ้นแล้ว พ่อค้าคนกลางต่างส่งสัญญานด้วยนิ้วกับคนประมูล เพื่อที่จะซื้อหาปลาตัวที่ตนแอบมองเอาไว้ก่อนหน้านั้น ไม่ถึง 30 นาที ปลาทูน่าเป็นร้อยๆตัวก็ค่อยๆถูกลำเลียงไปตามร้านพ่อค้าขายส่งที่เรียงรายอยู่มากมายในบริเวณตลาด ลำพังการดูพวกเขาแย่งกันประมูลปลา ก็ชั่งเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นเหลือหลาย ข้างๆห้องเย็น ยังมีการประมูลปลาปักเป้า ปลากระพง ฯลฯ แล้วแต่ฤดูกาลด้วย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แล้ว คงสนใจว่าเจ้าปลาทูน่าหลายร้อยตัวนั้นจะถูกเอาไปทำอะไร ที่ไหนมากกว่า
TEL: 06-6469-7850
ปลาทูน่าขนากยักษ์ถูกขนใส่รถเข็นไม้ไปตามร้านต่างๆที่เรียงรายกันในตลาด เฉพาะร้านปลาและอาหารทะเลสดมีทั้งหมด 180 ร้าน ร้านขายปลาแห้ง สำหร่าย และอาหารทะเลแห้งอีก 80 ร้าน ที่ร้านปลาทูน่าร้านหนึ่ง พ่อค้ากำลังเริ่มชำแหละปลาทูน่าแช่แข็งที่เพิ่งลำเลียงมาจากห้องเย็นพอดี สำหรับปลาแช่แข็งนั้น เขาจะใช้เลื่อยอัตโนมัติหั่นให้เป็นท่อนๆเก็บไว้รอพ่อค้าปลีกมาซื้อไป ส่วนปลาทูน่าสดๆนั้น พ่อค้าปลาท่าทางทะมัดทะแมงจะใช้มีดยาวกว่า 5-60 เซนติเมตรตัดหัวตัดหาง แล่ออกเป็นชิ้นๆ นานราวเกือบ 20 นาที ปลาสดกลายเป็นชิ้นปลาพร้อมหั่นเป็นปลาดิบหรือทำซูชิได้ การแล่ปลาของพวกเขาเสมือนเป็นการแสดงที่เต็มไปด้วยศิลปะที่น่าชมจริงๆ ถ้าไปชมตลาดช่วงที่ใกล้ๆวายแล้ว พ่อค้าบางคนจะส่งเศษปลาสดๆให้ชิมด้วย อร่อยทีเดียวแหล่ะ ร้านใกล้ๆกันก็เตรียมกุ้ง หอย ปู ปลาสารพัดชนิดจัดส่งลูกค้ากันอลหม่านอยู่
บริเวณรอบๆร้านขายปลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาด จะมีร้านซูชิ ร้านปลาไหลย่าง ร้านไก่ย่าง ร้านข้าวแกง ฯลฯเรียงรายไว้บริการพ่อค้าแม่ค้าที่ทำงานกันตั้งแต่ก่อนสว่าง ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถแวะเข้าไปทานได้เช่นกัน (เพียงแต่ว่า ร้านส่วนใหญ่จะวายตั้งแต่หลังเที่ยงเศษๆ ก่อนไป แนะนำให้ตรวจสอบเรื่องเวลาให้ดี) ร้าน Endo เป็นร้านซูชิเก่าแก่แห่งหนึ่งในตลาด ตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของลานจอดรถหน้าตลาดปลา เริ่มเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1907 ร้านเดิมอยู่ที่ Kyomachi-hori ซึ่งเป็นตลาดปลาเก่าในสมัยเมจิ ซูชิของที่นี่รู้จักกันในนามของ "Tsukami-sushi" แตกต่างกับซูชิของร้านอื่นๆ ตรงที่ใช้ข้าวอุ่นๆรสชาติกลมกล่อมปั้น เจ้าของร้านรุ่นแรกคิดค้นซูชิข้าวอุ่นๆขึ้นมาไว้เสริฟ์ให้กับบรรดาพ่อค้าปลาที่ไม่มีเวลานั่งทานช้าๆในยามเช้าได้ ทันทีที่ข้าวอุ่นๆพร้อมเนื้อปลาสดๆเข้าปากเท่านั้น ความอร่อยก็จะแผ่ไปทั่วปากทั่วท้อง จนอดไม่ได้ที่จะสั่งจานที่สองและสามต่อไป ขอแนะนะ "Omakase Course" ซึ่งหมายถึงคอร์สตามแต่ที่ร้านจะจัดให้ ทุกๆจานจะมีซูชิ 5 ก้อน หนึ่งใน 5 เป็นปลาทูน่าส่วนที่อร่อยที่สุดคือ "Toro" จานละ 1,050 เยน จานต่อไปก็จะยังมีเจ้าทูน่าจัดมาด้วยทุกครั้ง ในขณะที่อีก 4 ก้อนจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลาชนิดอื่นๆตามฤดูกาล ยิ่งทานมาก เนื้อปลาก็จะยิ่งหรูขึ้นเรื่อยๆ แต่ราคาเท่าเดิม ร้าน Endo เป็นร้านเล็กๆ เคาน์เตอร์หน้านั่งได้ราว 5-6 คน โต๊ะอีกราว 5 ตัว ช่วงก่อนเที่ยงจะมีคนเต็มร้านจนต้องต่อแถวรอไปด้านนอกลานจอดรถ
TEL: 06-6461-7773
ท้องอิ่มแล้ว ออกเดินต่อไปชั้นสามของตลาดปลา นอกจากเสียงประมูลผักดังแผ่วๆมาจากด้านในบางครั้งแล้ว ไม่ค่อยมีเสียงอึกทึกเท่าไรนัก พ่อค้าผักพากันขนย้ายลังผักจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าออกที่ร้านของตนกันอลหม่าน ผักสารพัดชนิดเรียงรายอยู่มากมาย ผักบางชนิดและดอกไม้ที่ใช้ประดับอาหารดูแปลกหูแปลกตาไม่น้อย ท่านใดสนใจอยากชมผักญี่ปุ่น เชิญแวะไปที่ชั้นสาม
ออกจากตลาดผัก ผ่านร้านขายของแห้ง เดินข้ามอาคารสำนักงานตลาดต่อไปราว 5-6 นาที เป็นตลาดผลไม้ ที่นี่จะเริ่มประมูลผลไม้ตั้งแต่ 5.50 น. ไปจนถึงราว 9.00 น.เศษ แอปเปิ้ล ส้ม เมลอน ฯลฯ ถูกลำเลียงขึ้นสายพานเวียนให้พ่อค้าคนกลางได้ประมูลราคากัน เจ้าหน้าที่ประมูล 4-5 คนจะขึ้นไปยืนบนบันได้คล้ายๆหิ้ง ร้องตะโกนเสียงดังถามหาผู้ซื้อ ในขณะที่พ่อค้าจำนวน 3-40 รายจะขึ้นไปนั่งบนหิ้งนั่งคล้ายอัฑจรรย์เล็กๆ สักครู่ก็จะพากันยกนิ้วส่งสัญญานเสนอราคาที่ตนตั้งใจเมื่อของที่ตนมองไว้ล่วงหน้าถูกนำขึ้นสายพานมา หากมีเวลา ลองไปยืนชมดูว่าเขาส่งสัญญานกันอย่างไร นอกจากผลไม้ในประเทศแล้ว ที่นี่ยังมีทุเรียน มะม่วง กล้วย และผลไม้นำเข้าจากทั่วทุกมุมโลกด้วย นอกจากรสชาติแสนอร่อยแล้ว ราคายังถูกกว่าร้านค้าปลีกทั่วไปด้วย เพียงแต่ท่านต้องซื้อยกลัง
เดินเล่นพร้อมหาซูชิอร่อยท่านช่วงเช้าในตลาดกลางโอซาก้าเสร็จ แนะนำให้ออกจากตลาด ข้ามสะพาน Funatsu-bashi ไปยังสวน Ustubo หน้ากุหลาบ จะหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นกุหลาบงามๆจำนวนหลายหมื่นช่อ หรือจะแวะไปนั่งจิบชาชมสวนหย่อมในโรงแรม Rihga Royal ก็ได้
หากพอมีเวลา แวะไปที่ชั้น 2 ของอาคารตลาด ซึ่งเป็นห้องเก็บข้อมูลและแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติของตลาด ที่นี่ยังเป็นที่เก็บตำราเกี่ยวกับการขนส่งอาหารกว่า 15,000 เล่ม เปิดเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-15.00 น. (หยุดวันเสาวร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) TEL: 06-6469-7855
บนชั้น 16 มีร้าน Sushitsune และชั้นอื่นๆของอาคารตลาด มีร้านอาหารอร่อยๆเรียงรายอยู่มากมาย มีเวลาลองแวะไปชิม
ซูชิก้อนยาวๆห่อด้วยปลาทูสด "Aji-bo" หรือปลาไหล "Anago-bo" ร้าน Endo
สำหรับท่านที่ต้องการมาทัศนศึกษากับคอร์สที่สำนักงานตลาดจัด ต้องจัดกรุ้ปเกิน 5 คนขึ้นไป ติดต่อล่วงหน้าที่หมายเลข 06-6469-7850